วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

S love ตอนที่ 2

หลังจากเริ่มเรียนผมก็ขอพ่อกับแม่ไปดูงานในบริษัทซึ่งทำในห้องของพี่ซัน  พี่แกในมาดเจ้าของบริษัทนี่ขรึมโหดจริงๆ 

วิน มานั่งนี่มาพี่ซันเรียกผม ผมกับพี่ซันค่อนข้างสนิทกัน และผมก็ชอบอ้อนพี่ซันด้วย

ที่ที่พี่ซันให้ไปนั่งคือตักของเค้า  ตอนแรกๆผมก็ไม่กล้าแต่หลังๆมันก็สบายดี  ก็เลยนั่งบ่อยๆถึงผมจะมีวิญญาณอายุ 23 แต่พอมาอยู่ในร่างเด็ก ผมก็รู้สึกว่าความคิดบางอย่างของผมก็เด็กไปด้วย อาจจะด้วยฮอร์โมนวัยรุ่น

ผมเดินไปนั่งตักพี่ซัน  แล้วพี่ซันก็คอยสอนงานให้  เวลาดีใจผมก็ชอบขย่มไม่รู้ตัว

วินอย่าทำอย่างนั้น มันรู้สึก...อือพี่ซันครางออกมาเล็กน้อย ผมก็หยุดขย่มเพราะเริ่มรู้สึกอะไรมันตุงๆ ผมละหน้าแดงแถมมานั่งทับอะไรก็ไม่รู้ พอจะลุกออกพี่ซันก็ขืนไว้ แล้วเอาคางมาวางไว้บนไหล่ผมแทน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดใกล้ๆทำเอาผมขนลุกซู่

พี่ซันผมเรียกเบาๆ ไม่อยากจะหันหน้าไปเท่าไหร่นักก็มันแทบจะติดกันแล้ว

หืม

ปล่อยวินนะ พี่ซันไม่ไปจัดการกับเอ่อ...อันนั้นหรอ

วินช่วยพี่ได้ไหมละเสียงพร่าไปด้วยอารมณ์ พูดกระซิบหู

ชะ ช่วยยังไง

            รู้สึกถึงลางร้ายยังไงไม่รู้ แถมต้นเหตุก็เกิดมาจากคนเองด้วย

           “ก็ใช้ตรงนี้ช่วยพี่หน่อยนะพี่ซันเอานิ้วมาลูบไล้ริมฝีปากของผม แถมยังก้มมางับคอผมเบาๆ

            แต่...แต่ว่า

            “นะ ช่วยหน่อย

อ๊ากกกก  เห็นขรึมๆอย่างนี้  พี่กรูหื่นโว้ย หื่นหลบใน แล้วเราก็...ปฏิเสธไม่ลงด้วย

โอ้ย  คิดอะไรไม่ออก  แต่ก็....ทำ

ผมเริ่มไถลตัวลงไป  ตัวผมตอนนี้ลักษณะเหมือนคุกเข่า  มือผมค่อยๆปลดเข็มขัดและรูดซิบลง  เอ่อ... ภายในมันใหญ่จัง  แล้วมันก็ตั้งด้วย

ผมใช้มือประคองค่อยๆลูบขึ้นลูบลง  เอาเข้าปากหรอไม่กล้าอ่า...  แต่พอมองหน้าพี่ซันที่เต็มไปด้วยอารมณ์แล้วจึงคิดได้ว่าเอาก็เอาวะไหนๆก็ไหนๆแล้ว

เพื่อพี่ชาย

ผมค่อยๆเอาส่วนนั้นเข้าในโพรงปาก  ความใหญ่คับปากทำเอาผมอึดอัดและแทบสำลักแต่ก็ยังช่วยทำจนในที่สุดน้ำสีขาวก็พุ่งเข้าปากและลงคอ  มันทำให้ผมต้องกลืนลงไปทั้งที่ไม่เต็มใจ

ขอบใจมากนะวินพี่ซันหอมแก้มผมอย่างอารมณ์ดี

แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความสัมพันธ์ที่เกินเลยเมื่อกี้นี้มันอะไรผมก็แค่อยากให้พี่เค้ารู้สึกดี หรืออยากตอบแทนสิ่งดีๆที่เคยมอบให้ หรือ...

คิดมาก มึนและงง  แล้วก็เบลอ............ช่างมันเถอะ





เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ผมไม่รู้ตัว  ตอนนี้ผมก็ม.5 เทอม2 เข้าไปแล้ว และผมก็ไม่คิดเลยว่าการเสียตัวครั้งแรกของผมจะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัวด้วย

วันนั้นเป็นวันเกิดของครอส  เราก็พากันไปเลี้ยงฉลองที่บ้านครอสงานใหญ่เลยแถมเหล้าเอยของมึนเมาเอยก็จัดมาเยอะแบบไม่อั้น และแปลกมากที่วันเกิดลูก ผมไม่ยักเห็นพ่อแม่ของครอส  และมันจะไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยถ้าผมไม่โดนบังคับให้กินเหล้าด้วยและมันคงจะไม่เมาเร็วขนาดนี้ ถ้าที่ครอสให้ผมกินมันไม่ใช่เหล้าเพียวๆ

ไอ้คำที่ว่า โดนมอมเหล้า ก็เคยผ่านหูผ่านตามาแล้วแต่พอมาเจอกับตัวเอง  ในอีกวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอครอสนอนข้างในสภาพเปลือยทั้งคู่  ไม่พอร่างกายผมก็มีแต่รอยจ้ำๆแดงและความเจ็บเบื้องล่าง

            ครอส  ครอสผมเรียกและเอามือตี ไม่เอาตีนถีบก็ดีแค่ไหนแล้ว

            ครอสตื่นมาอย่างงัวเงียแต่ก็ยิ้มให้แถมมาจูบเบาๆที่ริมฝีปากอีกและจะเกินเลยกว่านี้ถ้าผมหยุดไม่ทัน

           “หยุดเลย อธิบายมา ว่านี่อะไรผมชี้ไปที่รอยต่างๆบนร่างกาย

ครอสยิ้มอย่างอ้อนๆ

ก็เมื่อวานวินนะเมา แล้วก็ยั่วครอสแล้วครอสก็เมาด้วย มันก็เลยเลยเถิดไปหน่อย

            ผมเนี่ยนะเมาแล้วยั่ว  แต่อาจเป็นไปได้ ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าตัวเองเมาแล้วเป็นยังไง  เหตุผลดีแต่ไม่อยากยกโทษให้

            วินจำไม่ได้ผมบอกไป อันที่จริงก็ไม่อยากจะจำเท่าไหร่นักหรอกส่วนที่ผมไม่โวยวายเท่าไหร่นักก็เพราะว่าเราเป็นแฟนกันมานาน และผมก็คิดซักวันก็ต้องมีวันนี้อยู่ดี

            ก็ไม่แปลกเมาซะขนาดนั้น อีกรอบไหมวินจะได้จำได้ว่าแล้วครอสก็เอามือมาตะปบที่ส่วนกลางลำตัวผมแถมจับชักขึ้นลงจนผมต้องรีบปัดมือออกแทบไม่ทัน

            ไม่เอา จะอาบน้ำแล้วผมว่าและพยายามลุก แต่ก็ต้องตาเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงส่วนล่างที่เจ็บสุดๆ และยังรู้สึกถึงน้ำเหนียวที่ไหลลงมาระหว่างขา ผมหันไปมองครอสทันทีโดยตัวการได้แต่ยิ้มกว้าง

            ครอสพาไปอาบน้ำนะว่าแล้วก็จัดการอุ้มผมไปทันที แล้วพาผมวางในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ แล้วเปิดน้ำตีฟอง

            จะลงมาด้วยทำไมผมถามออกไป เมื่อเห็นครอสทำท่าจะลงอ่างมาด้วย

            ไอ้ตอนอยู่บนเตียงกับตอนอุ้มเข้าห้องน้ำทำให้ผมลืมนึกไปว่าเราเปลือยกันอยู่  ครอสคงเห็นของผมทุกซอกทุกมุม พูดแล้วก็อาย  ส่วนของของครอสผมมาเห็นกันจะๆตอนมันจะลงอ่างนี่แหละ  ยังไม่ตื่นมันยังขนาดนี้  ตอนตื่นแล้วมันจะขนาดไหน  มิน่ามันถึงเจ็บหนัก ขนาดพอๆกับพี่ซันเลยทั้งทั้งที่แค่ 17 เอง 

            ก็มาอาบน้ำให้วินไงครอสยักคิ้วแล้วก้าวขาลงอ่างแบบไม่สนใจสายตาขวางๆของผม จากนั้นก็ขยับตัวมาอยู่ใกล้ผม เทสบู่เหลวแล้วค่อยๆลูบไล้ไปตามร่างกาย

อาบอย่างเดียวแน่นะผมถามย้ำในเมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ครอสพยักหน้าแต่สายตาและรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์นี่มันทำให้ผมไม่ไว้วางใจสักนิด ถึงร่างจะอายุเท่ากันแต่วิญญาณก็แก่กว่า ผมก็ยังไม่ทันคนอยู่ดี

            ครอสถูสบู่ให้เกิดฟองที่มือตัวเองแล้วถูไถสบู่ไล้ไปตั้งแต่ต้นคอมากลางหน้าอก  และวนเวียนตรงส่วนยอดดอกนานมากจนผมต้องพูดไล่ให้ไปตรงส่วนอื่นบ้าง  ครอสยกยิ้มก่อนจะเลื่อนมือไต่ลงมาช่วงหน้าท้อง

            ความรู้สึกสบายปนสยิวจากน้ำมือของครอสทำให้ผมเกิดอาการแปลกๆ หน้าแดงฉ่าและร้อนภายในกายแบบที่ไม่ต้องพูดร่างกายก็ฟ้องมาเองในเมื่อส่วนอ่อนไหวของผมเริ่มตื่นตัว  และครอสท่าจะรู้แล้วว่าผมกำลังมีอารมณ์  ครอสยิ้มตาเป็นประกาย...หรือมันจงใจ

            เมื่อถูตรงช่วงหน้าท้องเสร็จ  ครอสก็เปลี่ยนท่า โดยครอสขยับมานั่งหน้าผมแล้วจับขาผมยื่นไปทางเขาโดยเริ่มถูบวกนวดตั้งแต่ปลายเท้า  ขึ้นมาช่วงขาจนถึงขาอ่อนแต่ไม่ยอมสัมผัสส่วนกลางของผมแม้แต่น้อย  เหมือนกลั่นแกล้งให้ผมทรมาน

            เดี๋ยวครอสเอาน้ำออกให้นะผมยังไม่ทันพูดอะไร ครอสก็จับผมพลิกตัวอย่างชำนาญ แล้วส่งนิ้วเรียวาวของตนควานเข้าไปเอาน้ำที่ถูกปลดปล่อยไว้เมื่อวานออก ผมได้แต่ปล่อยให้ ครอสกระทำ ความรู้สึกเสียวซ่านและต้องการทำเอาผมไม่เป็นตัวของตัวเอง

            ครอสเน้นจุดตรงที่ผมรู้สึกดี  กดย้ำๆทำเอาผมขาอ่อนตัวหมดแรงแต่ความอยากมันกลับพลุ่งพล่านไปหมด

            อะ เสร็จแล้วครอสเอานิ้วออกมา และทำท่าจะลุกออกจากอ่าง ผมถึงกับมองตาค้าง ปล่อยให้อยากและจากไปงั้นหรอ

            ครอสผมเรียกออกไป

หืม มีอะไรครอสตอบส่งยิ้มทะเล้นมาให้คงรู้ละสิว่าตอนนี้ผมต้องการอะไร

ช่วยหน่อย”                

ช่วยอะไรละครอสยังเล่นลิ้นแต่ความอดทนผมเริ่มจะหมดไป

            ช่วยมาเข้ากิจกรรมเข้าจังหวะด้วยกันหน่อยนะผมพูดอ้อมโลก แต่ขอเถอะตอนนี้ ถ้าไม่รู้เรื่องก็โง่เต็มที

            แล้วใครกันน้า บอกว่าให้อาบน้ำอย่างเดียวอีกฝ่ายแซว                  

            “ครอสผมตะโกนออกไปอย่างเหลืออด ถ้ายังเล่นอยู่ผมจะไม่สนใจแล้วนะ จะช่วยตัวเองแล้วคอยดู

            ครับ เข้าใจแล้ว งั้นครอสเต็มที่เลยนะ

            ผมพยักหน้า

            ครอสก็เข้ามาประชิดตัวผมจับใบหน้าผมให้หันไปหา  ก่อนจะก้มลงประทับตราด้วยลิ้นร้อนที่เข้ามาด้วยเพลิงปรารถนา  จุดความต้องการให้โหมแรง  ลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญกวาดไปทั่วโพรงปากและคอยแต่จะหยอกล้อเล่นกับลิ้นเล็ก 

            ฝ่ามือทั้งสองข้างคอยปรนเปรอให้ร่างกายผมรู้สึกดี  ไม่ว่าจะยอดอกเล็กสีแดงสวยที่ตอนนี้ถูกมือข้างหนึ่งบดขยี้  ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ถูกริมฝีปากร้อนที่ไต่ไล่ลงมาดูดเม้มจนแดงและชูชันตอบรับแรงอารมณ์

            ผมที่รู้สึกหมดกำลังครอสคงรู้ลยดันตัวผมให้ขึ้นไปนั่งตรงขอบอ่างและจับขาผมแยกออกเผยให้เห็นส่วนกลางลำตัวที่ชูชันและช่องทางรักสีชมพูสวย  ส่วนตัวครอสเองยังที่อยู่ในอ่างก็ก้มหัวลงมาแล้วครอบครองส่วนอ่อนไหวของผมด้วยริมฝีปากร้อน

แม้เคยทำให้พี่ซันแต่ผมก็ไม่เคยโดนเอง  ความรู้สึกมันเสียวซ่านจนยากจะบรรยายเป็นอย่างนี้เอง  ครอสทำดีมากทั้งดูดดันและไล้เลียเหมือนของผมเป็นแท่งไอศกรีมแสนหวาน
ครอส อื้อ มะมันจะออกแล้ว...ผมพูดเสียงสั่น

            ยิ่งใกล้เวลาที่ผมจะปลดปล่อยออกมาครอสยิ่งเร่งเร้าจนผมต้องจิกมือกับพื้นเพื่อระบายอารมณ์  แม้มันไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่ 

            อา...”เสียงครางหวานหลุดออกมาให้ได้ยิน ในที่สุดสิ่งที่อดกลั้นมานานก็ถูกปลดปล่อยเข้าไปในโพรงปากอุ่น แถมเจ้าตัวก็กินอย่างเป็นของหวาน

            ผมหายใจหอบแรง  ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความต้องการทางเพศเท่าไหร่  ช่วยตัวเองก็ทำไม่ค่อยบ่อย  ความรู้สึกในการปลดปล่อยทีจึงเป็นสุขอย่างมากและตอนนี้เหมือนจะเริ่มติดใจนิดๆ 

            ตาครอสนะคำพูดนี้ทำเอาผมตาโต ลืมไปว่าตานั่นมันต้องเอาคืน ความรู้สึกเจ็บเบื้องล่างทำเอาผมหวาดผวาอยู่ไม่ใช่น้อย

            ไม่ต้องกลัวนะ ครอสจะทำเบาๆครอสขึ้นมาจากอ่างแล้วก้มลงมากระซิบที่ข้างหู ก่อนจะพลิกตัวผมให้อยู่ในท่าคลาน ท่านี้มันทำให้ผมไม่เห็นว่าครอสจะทำอะไรอยู่เบื้องหลัง

            ความรู้สึกดีตรงช่องทางด้านหลังทำให้ผมร้องออกมาอย่างหยุดไม่อยู่  บางสิ่งที่ร้อนกำลังเล่นและไล้เลียตรงทางเข้า  ผมหลับตาครางในลำคอเบาๆถึงตอนนี้ผมจะไม่เห็นไปมองก็รู้ว่าครอสกำลังใช้ลิ้นเปิดทางอีกครั้งและพยายามแยงเข้าไปภายในด้วย  ซึ่งตัวผมเองก็ถดตัวส่ายหนีอย่างไม่รู้ตัวแต่ก็โดนครอสจับสะโพกไว้แน่น

            อื้อ...อะอ๊าผมครางลั่นห้อง ส่วนอ่อนไหวของผมที่ปลดปล่อยไปแล้วเมื่อครู่ ในตอนนี้ก็เริ่มชูชันอีกครั้ง

            พร้อมนะ

ครอสกระซิบบอกแล้วใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยึดเอวผมไว้  แล้วค่อยๆกดแทรกสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่านิ้วหลายเท่าเข้ามาในตัวผมอย่างยากลำบากเพราะผมตื่นเต้นจนช่องทางมันบีบรัด ครอสครางเสียงต่ำพยายามปลอบประโลมผมและดันตัวเองเข้ามาจนถึงที่สุด

            ซี๊ด อย่ารัดแน่นนักสิครอสบอกกับผมเสียงหื่นไม่ใช่น้อย

            อย่าเกร็ง ผ่อนคลายเข้าไว้นะครับ

            เมื่อครอสเข้ามาได้หมดทั้งลำ  แต่ก็ยังใจดีแช่ไว้โดยยังไม่ขยับเขยื้อนเพื่อรอให้ผมปรับสภาพ ถึงเมื่อคืนผมจะโดนจัดมาแล้วแต่นั่นผมไม่มีสติและตอนนี้มีสติเต็มร้อยก็ยังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้อยู่ดี  เมื่อครอสคิดว่าผมน่าจะพร้อมแล้วก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆเนิบนาบให้รู้สึกถึงแก่นกายใหญ่ที่กำลังเข้าออกในตัวผม จากนั้นก็เร่งจังหวะเร็วขึ้นตามความปรารถนาที่ร้อนแรง

            อ๊ะ อ๊า อื้อ อา...

            ผมร้องครางไม่หยุดเมื่อรู้สึกถึงความเสียวซ่านไปทั่วตัว มันเหมือนมีไฟฟ้าลั่นปราดทำให้เราช็อต ร่างชาหัวสมองไม่ทำงานแต่รู้สึกดี การมีอะไรกันไม่สิการร่วมรักมันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง 

            ซี๊ด...คับจริงๆ

เสียงครอสร้องบอกอย่างรู้สึกดีและกระแทกกระทั้นอย่างเมามัน  จนผมได้ยินแม้เสียงเสียดสีของกันและกัน  ยิ่งเร้าอารมณ์กันไปใหญ่

            รู้ไหม ครอสอยากจะทำแบบนี้กับวินมาตั้งนานแล้ว อยากจะเป็นหนึ่งเดียวกันครอส บอกผมแล้วดึงหน้าผมให้หันไปมาเพื่อรับจูบที่บดเบียดเข้ามาอย่างไม่ปราณี 

ส่วนผมก็ได้แต่ครางรับฟังคำพูดของครอสแต่ก็ไม่สามารถเอ่ยตอบได้  แต่ผมก็พยายามสื่อด้วยร่างกาย คือ ขยับสะโพกสอดส่ายรับจังหวะกับจังหวะที่ครอสส่งออกมา เบียดเสียดกายเนื้อให้รู้สึกแนบแน่นให้รู้ว่ามีกันและกัน

อา...ครอส ไม่ไหวแล้วผมพูดอย่างอ่อนแรง การมีอะไรกันแต่ละทีเสียพลังงานมากเสียจริง ยิ่งกว่าการออกกำลังกายหนักๆเสียอีก

            ไปพร้อมกันนะ

            ครอสเข้าเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง  เพื่อส่งเราต้องคู่ไปถึงที่หมาย

            อ่ะอา...ผมปลดปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่และแทบทรุดลงนอนกับพื้นห้องน้ำ ตามด้วยครอสที่ปลดปล่อยตามมาไม่นานและจับผมก็ไปกอดและจูบอีกครั้ง

            รักนะคำบอกความรู้สึก ที่ครอสพูดไม่บ่อยครั้งนัก ทำเอาผมแทบตัวลอย

            อืม รักเหมือนกัน

            จากนั้นเราก็อาบน้ำกันจริงๆ  แล้วพากันแต่งตัวออกจากห้อง  สภาพในบ้านที่เมื่อคืนเละเทะ ตอนนี้โดนคนใช้เก็บไปหมดแล้วอย่างไม่เหลือเค้าเดิม หลังจากนั้นครอสก็ส่งผมกลับบ้าน  และผมก็หลับทันทีเมื่อถึงเตียงนอน




ชีวิตหลังจากนั้นหวานมากกว่าเดิม  แม้ผมจะไม่ได้ให้เรามีอะไรกันบ่อยแต่ครอสก็ไม่ว่าอะไรเพราะผมคิดว่าเรายังเด็กอยู่สำหรับเรื่องพวกนี้แม้ผมจะแอบติดใจรสสัมผัสก็เถอะ แถมเราก็อยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเข้ามหาวิทยาลัยที่มันต้องใช้สมองเยอะ  ขืนออกกำลังบ่อยมีหวังไม่ต้องอ่านหนังสือกันพอดี

ส่วนการเรียนรามของผมมันก็เรื่อยๆไม่ได้เร่งรีบให้จบแต่อย่างใด  และคงจะจบตอนผมอยู่ปี1 ที่ไหนซักแห่ง ชีวิตของผมในตอนนี้ก็ดำเนินไปอย่างมีความสุข

จนกระทั่ง  ม.6 เทอม2

            ช่วงหลังนี้ผมกับครอสเริ่มห่างๆกันบ้างแล้วเพราะว่าครอสจะเข้าแพทย์  ส่วยผมอยากฉีกแนวไปเรียนนิเทศบ้างก็เลยไม่ค่อยคิดมากเท่าไหร่

            แต่ผมก็ไม่เคยคิดเลยซักครั้งว่าครอสจะนอกใจ  และอดีตที่เคยปกปิดความสัมพันธ์ว่าทำไมผมกับครอสถึงดีกันทั้งๆที่เมื่อก่อนเราเป็นศัตรูกันเปิดเผยให้ผมได้รับรู้

            ในวันนั้นผมแอบไปเซอร์ไพรส์ครอสที่คอนโด  ช่วงอยู่ม.6 ครอสจะอยู่คอนโดแทนบ้านเพื่อบ่มอ่านหนังสือแต่ผมไม่เคยคิดจะเจอสภาพนี้

            ผมใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป  ในห้องผมก็พบรองเท้าผู้หญิงและเสื้อผ้ากระจัดกระจายกองไปทั่วและเห็นครอสเล่นรักกับผู้หญิงตรงเตียงนอนโดยไม่ปิดประตู  ผมยืนนิ่ง  เหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนแต่สองคนข้างในห้องคงไม่มีใครมาเห็นผมเพราะประตูมันเปิดบังอยู่  และคงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจอะไรนอกจากความสุขสม

            ครอสคะ เบลล์รู้สึกดีจังขอเอาแรงๆเลยค่าเสียงผู้หญิงในห้องร้องขออย่างไม่อายปาก ซึ่งครอสก็ตอบสนองให้อย่างเต็มที่จนปลดปล่อยกันทั้งคู่ แต่ทั้งสองยังนอนประคองกอดกันอยู่บนเตียง

            ครอส เมื่อไหร่จะประกาศว่าเบลล์เป็นแฟนตัวจริงสักที ตอนนี้ครอสก็ชำระแค้นเสร็จแล้วนี่ หลอกให้วินเสียทั้งตัวเสียทั้งใจ คบซ้อนแบบนี้เบลล์ไม่ชอบใจเลย

            ผมที่ยืนร้องไห้เงียบๆอยู่หน้าห้อง  หยุดร้องและฟังทันที  คำพูดนั้นหมายความว่าไง

            อีกไม่นานหรอกเบลล์ครอสตอบ

รีบๆหน่อยนะ เบลล์รอนานแล้ว ครอสก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด ถ้าไม่ใช่เบลล์แต่เป็นคนอื่นคงไม่มาทนอะไรแบบนี้หรอกเบลล์ยังพูดต่อ

ตอนแรกก็บอกยังไม่ได้ตัว ตอนนี้ก็ได้แล้วนี่นา จะว่าไปตั้งแต่วินรถชนก็เปลี่ยนไปมากเลยนะ น่ารักขึ้น หวังว่าครอสคงไม่รักมันจริงๆหรอกนะ

            “ไม่หรอกคนอย่างนั้นครอสรักไม่ลงหรอก สู้เบลล์ก็ไม่ได้ลีลาเด็ดกว่าเยอะ อีกอย่างก่อนรถชน วินมันก็ประกาศตัวเป็นศัตรูกับครอส แล้วบอกว่าจะแข่งกันกันจีบเบลล์ และบอกให้แข่งกันจีบอย่างยุติธรรม แถมยังให้ทำตัวเป็นเพื่อนกัน ดีกัน ไม่รู้คิดอะไรของมัน ครอสก็เออออตาม แถมวันที่วินรถชนเราก็ทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ ครอสถึงไปเยี่ยมมันที่โรงพยาบาลไงครอสพูดกับเบลล์แล้วก้มหน้าจูบปากอวบอิ่ม

            “โธ่ ถ้าเบลล์รู้ว่าครอสรักเบลล์ไม่ต้องจีบหรอกเบลล์มาเองเลย ก็ทั้งหล่อทั้งรวย แถมต้องนั้นก็ใหญ่ ลีลายังเด็ด วินสู้ครอสไม่ได้ซักอย่างเบลล์ตอบอย่างที่ทำพูดทั้งหมดแทบทำให้ผมทรุดจนยืนไม่ไหว

คำพูดที่ยิ่งฟังยิ่งสะท้านใจ  นี่หรอคนที่เคยบอกว่าเราเป็นแฟนกัน  และนี่หรือคนที่ผมรักในปัจจุบันสารเลว

พูดถึงเรื่องนี้ เบลล์ยังสงสัยไม่หาย ครอสไปบอกว่าเป็นแฟนวินทำไม ตอนวินฟื้นมา

ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากแกล้งเล่นๆ เหม็นขี้หน้ามานานแล้ว ตัวก็เล็กโง่ก็โง่ทำเป็นกร่างแต่ใครจะไปรู้ว่ามันดันรักจริง ส่วนที่วินมันเสียตัวครั้งแรก ครอสก็จงใจมอม ก็เล่นท่าอยู่ตั้งนานไม่ยอมซักที

ผมนึกถึงงานวันเกิดครอสปีที่แล้ว  อย่างนี้เองหรอ...คำว่ารักในตอนนั้นที่บอกออกมาก็แค่เล่นๆสินะ  ทั้งที่ตอนแรกดาร์ฟกับมายด์ก็เคยเตือนไว้ว่าครอสอันตรายแต่ก็ไม่เคยฟัง  เผลอใจไปรักเข้าตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้  จนตอนนี้เสียทั้งตัวเสียทั้งใจ 

เราคงเป็นคนโง่จริงๆสินะ  ที่ปล่อยให้ครอสหลอกมาได้ตั้งนาน  สมน้ำหน้าตัวเองดีนัก  นิสัยเชื่อคนง่ายตายกี่รอบก็ไม่เปลี่ยนแปลงนี่มันอะไรกัน

ระหว่างที่ยืนร้องไห้เงียบๆ  ผมก็สองจิตสองใจว่าจะเข้าไปในห้องดีไหมหรือจะออกไปแล้วปล่อยให้คนเลวอยู่ด้วยกัน  สุดท้ายผมก็เลือกอย่างหลังเพราะตอนนี้ผมอ่อนแอมากเกินกว่าที่จะเผชิญหน้ากับครอส


ผมเดินไปตามถนน  และเหมือนสายฝนจะเป็นใจเทลงมาช่วยชะล้างน้ำตาที่ยังไหลริน  ผมเจ็บที่ใจจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยง  ความรักที่ให้ไปหลายปีค่าตอบแทนที่ได้กลับบาดใจจนแทบตาย 

ผมหัวเราะกับตัวเองเบาๆ  แค่เกลียดกัน  โกรธกัน  แค้นกัน  ก็สามารถหลอกคนคนหนึ่งได้ตั้งหลายปี ผมละนับถือจริงๆ

ผมเดินไปเรื่อยๆจนไม่รู้ตัวว่ามาถึงหน้าบ้านตัวเองได้ยังไงทั้งทั้งที่โคตรไกล  เมื่อพอเข้าไปในบ้านสภาพของผมทำให้ทุกคนต้องตกใจแต่ผมก็ไม่หยุดตอบคำถามใคร  รีบขึ้นห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและขอนอนร้องไห้หนักๆเป็นพอ

เมื่อออกจากห้องน้ำ  สิ่งแรกที่ผมทำคือกวาดตาไปรอบห้อง   กรอบรูปที่ถ่ายรูปคู่กัน  ผมหยิบขึ้นมามองก่อนจะปาทิ้งอย่างไม่ใยดีตามด้วยสร้อยคอที่เคยได้รับเป็นของขวัญ  ผมกระชากออกมาโดยไม่สนว่าคอจะเป็นยังไงก่อนปาทิ้งไปเช่นกัน

เจ็บบ้างก็ดี  จะได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง

ผมนอนอยู่บนเตียง  ปล่อยน้ำตาไหลริน  ภาพฉากที่ผมเห็นมายังติดตาติดตรึงในความทรงจำ  และดูว่าจะไม่ลบเลือนออกไปได้ง่ายๆ

ไม่เคยคิดจะรักใคร  และไม่เคยรักใครมาก่อนจนได้มาเจอนาย  หัวใจที่เคยแห้งแล้งกับชุ่มชื้นด้วยยาที่เรียกว่าความรัก  แต่บัดนี้ยานั้นกลับกลายเป็นยาพิษที่ทำให้ใจเจ็บแทบทุรนทุราย  แม้ว่าตายอีกครั้งก็คงลบออกไปไม่ได้ง่ายๆ

รักนะ  เสียงของครอสที่เคยกระซิบบอก

คำนั้นเป็นคำลวง  โกหก  ความจริงใจที่มีต่อกันจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลยใช่ไหม  เวลาหลายปีที่รักกันมันไม่เคยมีค่าอะไรเลยใช่ไหม

คนโง่ก็ยังเป็นคนโง่สินะ  แม้เค้าเลวขนาดนี้  แต่ก็ยังรักและยังอยากอยู่ใกล้

หลังจากร้องไห้อย่างหนักผมก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้  ตื่นมาอีกทีสภาพผมก็เหมือนผียังไงไม่รู้  หน้าซีดๆ  ตาแดงบวมกร่ำอย่างการผ่านร้องไห้หนักๆ

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ผมไม่ไปเรียน  ซึ่งคนในบ้านก็ดูเหมือนอยากจะถามว่าผมเป็นอะไรแต่คงอยากให้ผมพร้อมที่จะเล่าเอง  ส่วนมายด์และดาร์ฟ  ผมบอกว่าจะอ่านหนังสืออยู่บ้าน  การเรียนของม.6 เทอม2 โรงเรียนของผมไม่บังคับให้เข้าเรียน นักเรียนบางคนไม่มาก็ได้ เพราะบางคนจะไปเรียนพิเศษ หรือนั่งอ่านเอง บางคนก็ติดแล้ว การหยุดเรียนของผมจึงไม่มีปัญหา

ส่วนครอสเองก็มีโทรมาหาและทำท่าว่าจะมาเยี่ยมแต่ผมก็ปฏิเสธการมา  ผมยังไม่อยากจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ผมยังอยากอยู่กับครอสเท่าที่ยังอยู่ได้

ผิดไหมที่ยังรัก  ผิดไหมที่ยังอยากยื้อเวลาเพียงเพื่อต้องการเวลาสุดท้ายที่ยังสามารถจะอยู่ด้วยกันได้

เพราะผมวางแผนแล้วว่าผมจะเรียนต่อ ในมหาลัยที่ครอสไม่มีทางเรียน เพราะมันไม่มีคณะที่ครอสจะเรียนและพอเรียนจบที่ราม ผมจะดร็อปเรียนที่นี่และไปต่อโทที่เมืองนอกทันที อยากจะหายไปโดยที่ครอสไม่ทันรู้ตัว จะได้พักใจให้มันตายไปด้วย

โง่ไหมที่ยังไม่จากไปตอนนี้  แม้รู้ลึกๆว่าอาจจะได้พบเจอกันอีก  แต่ก็คาดหวังไว้ในใจในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  จบความรักครั้งนี้ผมคงไม่อาจรักใครได้อีก  แต่ไม่ว่ายังไง  ผมจะเก็บความทรงจำที่ดีๆไว้ตลอดกาล


วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

S love ตอนที่ 1

            เรื่องนี้เริ่มต้นจากเด็กหนุ่มที่ชื่อราณมาจากชื่อเต็มว่า  โบราณ  ชื่อก็เก๊าเก่านะครับ  (ด่าตัวเอง) หน้าตาของผมก็ไม่ต้องบอกเลย  อย่าคิดกันไปมากนะครับ  หน้าตาธรรมดาสุดๆ ยังไม่พอบ้านผมก็เป็นร้านขายของโบราณที่กิจการก็ออกจะร่อแร่เต็มทีในตัวกรุงเทพ  มันไม่มีใครมาซื้อครับ  จนครอบครัวผมตัดสินใจย้ายสัณฐานกลับบ้านนอกที่ลำปางตอนผมอายุได้ 10 ขวบพอดี  แล้วมาทำไร่ทำสวนกัน 

อ้อลืมบอกไปว่าบ้านของผมนั้นนอกจากพ่อและแม่แล้ว  ผมยังมีพี่สาวด้วยอีก 1 คนชื่อใหม่  เธอคนนี้อายุห่างจากผม 9 ปีได้  แต่เราก็เป็นพี่น้องที่รักคนดี  ถึงจะไม่ค่อยเจอกันบ่อยนักก็ตาม  ก็คิดดูนะครับผมเรียนประถมใหม่เธอเรียนมัธยม  พอผมเข้ามัธยมเธอก็แทบจะจบปริญญาแล้ว 

ชีวิตของผมเป็นชีวิตที่เรียบง่ายและออกจะราบเรียบมากๆเลยด้วยซ้ำ  วันๆผมก็ไม่ทำอะไรนอกจากอ่านหนังสือในห้องนอน  อย่าคิดว่าผมจะขยันอ่านหนังสือเรียนนะครับ  ผมอ่านการ์ตูน  แต่ถึงผมจะไม่ค่อยอ่านแค่ขอบอกเกรดผม  3.8 - 3.9  นะจะบอกให้จนชีวิตถึงทางเลือก  ก็ตอนเลือกสายตอนม.ปลายนั่นแหละ คือตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร  แต่ด้วยเกรดสูงและค่านิยมส่วนตัวของพ่อแม่  ผมจึงต้องมาเรียนสายวิทย์-คณิตโดยปริยายซึ่งพวกท่านก็คงหวังให้ผมเป็นอย่างพี่ละครับ  พี่สาวผมจบเทคนิคการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   แต่พอเรียนเข้าจริงๆผมละอยากจะออกสายนี้รู้แล้วรู้รอด  คือมันเรียนรอดนะครับแต่รู้ตัวเองเลยว่าไม่ชอบ  จนมาถึงม.6แม่บังคับผมให้เข้าคณะเดียวกับพี่ซึ่งผมก็เป็นพวกต้านในแบบไม่แสดงออกเก็บกดนั่นเอง หนังสืออ่านนะครับแต่พอถึงวันสอบของ มช  ถ้าจะให้พูดผมไม่ค่อยตั้งใจทำเท่าไหร่  ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่ติดอย่างที่ผมหวัง  และผมก็ขอมาเรียนต่อบริหารที่กรุงเทพ  แบบดื้อมาเรียน 

มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนเป็นมหาลัยที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน  แต่หลักสูตรการเรียนมันน่าสนใจและค่อนข้างแหวกตลาดเหมาะกับยุคเศรษฐกิจบ้านเรา  และผมก็เรียนรามเพิ่มอีกด้วย  การใช้ชีวิตในมหาลัยสำหรับของผมก็สนุกดี  เราต้องคอยคุมตัวเองให้อยู่ไม่ต้องแข่งกับใครนอกจากตัวเอง  ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกดีกว่าตอนม.ปลายที่แข่งกันจนเพื่อนมันไม่ใช่เพื่อน  ไม่รู้จะปิดแง้มความรู้เข้ากรุอะไรหนักหนา

รั้วมหาลัยผ่านไม่ไม่นาน  ผมก็จะจบแล้วรู้สึกได้เลยถึงคำว่าเวลาผ่านไปเร็วจนมาถึงงานรับปริญญา  พ่อแม่และพี่ต่างมาแสดงความดีใจกับผม  ซึ่งผมก็รู้สึกปลื้มใจตื้นตันใจไปหมดที่สามารถเอาปริญญามาให้พ่อแม่ได้แล้ว  ความสำเร็จของลูกที่พ่อแม่รอคอยมานาน  ในที่สุดผมก็ทำได้แล้ว

            หลังงานรับปริญญา  ผมและเพื่อนๆต่างพากันเลี้ยงฉลองกันยกใหม่  ซึ่งผมก็ให้ครอบครัวของผมพักรอที่หอของผม  เมื่อเริ่มมึนๆและเมาๆผมก็ขอตัวกลับ  นโยบายเมาไม่ขับครับจำไว้ แต่ด้วยความซวยหรือไร แท็กซี่ที่ผมขึ้นมันเพิ่งทะเลาะกับเมีย  โทรด่ากันตลอดทาง คิดในใจกรูไม่น่าขึ้นเลย แต่ทีเด็ดมันไม่ได้แค่นั้นอยู่ๆก็มีรถวัยรุ่นซึ่งผมก็เห็นคนขับนะครับตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักขับปาดมัน  คนขับรถที่อารมณ์กรุ่นอยู่แล้วมาคุเลยครับ  คนขับแท็กซี่เลยพยายามแซง  จนตอนนี้รถสองคนขับปาดกันอย่างน่าหวาดเสียว  ผมที่เป็นคนนั่งอยู่แทบหายเมาแล้วภาวนาขออย่าเกิดอะไรขึ้นเลย แต่จะห้ามแท็กซี่ก็ไม่ได้กลัวมันจะเดือดแล้วหันมาฆ่าผมแทน

            แต่เมื่อคำว่าซวยและถึงฆาตมาบรรจบกัน  รถบรรทุกที่มาจากไหนไม่รู้ขับผ่านหน้าไป  ทำให้รถทั้งสองคันต่างพาหักหลบ  สติที่ลางเลือนครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นก็คือรถแท็กซี่ที่ผมขึ้นชนเลนแล้วพุ่งเลยลงไปชนต้นไม้  ส่วนอีกคันหมุนไปชนคันหลังที่ตามมา  ผมขยับกายด้วยความเจ็บปวดที่เริ่มประเดประดังเข้ามา  ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาและหลังตามันหนักจนผมลืมตาแทบไม่อยู่ 

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนจะรู้ว่าตัวเองกำลังจะไป  ผมก็พยายามทำใจให้สงบ  ปล่อยน้ำตาไหลรินนึกถึงพ่อแม่ที่วันนี้ยังไม่เคยได้ตอบแทนพระคุณ  ไม่เคยจะบอกรักซักครั้ง  และนึกถึงว่าต่อไปยามแก่เฒ่าใครจะดูแลพวกท่านนอกจากพี่สาวคนเดียวที่ต้องแบกภาระหนักเมื่อน้องคนนี้ต้องจากไป  ในห้วงจิตที่เหลืออยู่  ผมขอ...ขอมีชีวิตต่อไปเพื่อแทนคุณของพวกท่านจากนี้และต่อไป

            เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ๆไม่เคยเจอมาก่อนเพราะรอบกายมันเป็นสีขาวทั้งนั้นเด็กหน้าตาน่ารักที่ผมรู้สึกคุ้นส่งยิ้มให้เบื้องหน้าและหยิบยื่นดอกบัวมาให้ผม

            ฝากครอบครัวฉันด้วยนะ ฉันอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว แต่นายอยู่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้มละเด็กคนนั้นเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผมรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นผู้ชาย และเด็กคนนี้กำลังยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะกลายมาเป็นสดใสแล้วโบกมืออำลาให้ผม

            เดี๋ยวก่อน...ผมเรียกแต่ก็ไม่ทัน เด็กคนนั้นถูกแสงสีขาวกลืนกิน ส่วนตัวผมก็เหมือนถูกแรงดึงดูดรุนแรงดูดลงไปเบื้องล่างเรื่อยๆ จนไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป



            วิน ตื่น...ตื่นได้แล้วนะเสียงเข้มกระซิบใกล้ๆที่ข้างหู มันทำให้ผมรำคาญและพยายามจะขยับหนีไปให้ไกลออกจากเสียงเรียกนั้น แต่พอยิ่งขยับก็ยิ่งรู้สึกเจ็บบริเวณหัวและปวดไปหมดทั้งตัว จนผมทนไม่ไหวและพยายามลืมตามามองเสียงนั้นว่าจะเรียกใกล้อะไรนักหนาทั้งที่ผมไม่ใช่ชื่อวินซักหน่อย

เมื่อพยายามลืมตาความไม่คุ้นชินของแสงที่สาดเข้ามาทำให้ผมต้องหระพริบตาบ่อยๆ  เพื่อปรับสภาพให้ชิน

            ฟื้นแล้วเสียงคนเดิมพูดมีแววตาประกายยินดี ผมหันไปมอง เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุน่าจะประมาณ14-15 แต่ตัวสูงใหญ่ผิวขาวมีผมสีดำสนิท ใบหน้าเรียวเข้ม ดวงตาเป็นสีน้ำตาลเข้มที่น่าหลงใหลรับกับจมูกที่โด่งเป็นสันและริมฝีปาก...หล่อ พูดได้อย่างเดียวในขณะนี้และมันทำให้ผมใจกระตุกแบบบอกไม่ถูก แต่เอ... แต่พอมองไปมองมา ผมไม่รู้จักกับเด็กคนนี้เลยนี่นา

            นะ...น้ำคำถามในหัวผมผุดขึ้นมามากมาย แต่สิ่งที่พูดออกไปคือสิ่งที่ผมต้องการที่สุดในตอนนี้

            น้ำหรอ รอเดี๋ยวนะว่าแล้วเด็กคนนั้นก็กุลีกุจอหาน้ำให้ผมดื่ม เมื่อคอที่แห้งผากได้รับความชุ่มชื่น ผมก็เริ่มจะพูดได้มากขึ้น

            เป็นใคร...นายเป็นใครผมถามออกไป พลางจับจ้องใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มขรึมลงและมองผมด้วยสายตาที่ผมมองไม่ออก ก่อนจะหันไปกดสัญญาณเรียกหมอแทน

            ไม่นานทั้งหมอและพยาบาลก็มาออกกันเต็ม  ผมหันไปชำเลืองมองหาเด็กคนนั้น  เหมือนคนที่ต้องการที่พึ่งพาทั้งๆที่ผมก็อายุอานามปาไป 22 แล้ว แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้กลับเหมือนเด็กๆที่หวาดกลัวสิ่งต่างๆ

หมอจับผมฉีดยาซึ่งคาดว่าคงเป็นยานอนหลับ ผมคิดในใจเพิ่งตื่นก็จะให้หลับอีกแล้ว ก่อนตาจะปิดลงผมมองไปที่เค้าอีกครั้ง ซึ่งเด็กคนนั้นก็เดินมาหาผมและจูบประทับตราร้อนที่ฝ่ามือซึ่งมันทำให้ผมอึ้งและหลับไปอย่างค้างคาใจ

นานเท่าไหร่ไม่ทราบที่หลับไปแต่ผมก็รู้สึกตัวอีกครั้ง  เพียงแต่ครั้งนี้นอกจากเด็กหนุ่มคนเดิมแล้วยังมีคนแปลกหน้าอยู่เต็มห้องไปหมด  ผมขมวดคิ้วน้อยๆและใช้ความคิดที่ว่าผมเคยรู้จักใครในห้องนี้หรือเปล่าและคำตอบที่ออกมาก็คือไม่  หรือคนพวกนี้เป็นญาติของคนใดคนหนึ่งตอนเกิดอุบัติเหตุแล้วมาทวงค่าชดใช้  ซึ่งความทรงจำครั้งสุดท้ายรถยนต์ชนกันมั่วไปหมด  แต่จะว่าไปพ่อแม่พี่สาวของผมหายไปไหนกันหมด  ทำไมไม่มีใครมาเยี่ยมผมเลยสักคน

            ผมมองพวกเขาอยู่นานจนสงสัยว่าทำไมไม่มีใครเอ่ยปากพูดหรือทำอะไรเลย  นอกจากมองกันไปมา จนสุดท้ายมีผู้หญิงสวยอายุน่าจะประมาณ 30 กว่าๆก็เดินเข้ามาหาผม จับมือผมและบอกว่า

            นี่แม่นะ จำได้ไหม

            ผมส่ายหน้าพยายามจะบอกว่าเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า คุณไม่ใช่แม่ผมซักหน่อย แต่เสียงก็ดันไม่ออกมาซะอย่างนั้นน้ำตาของเธอคนนั้นค่อยๆไหลรินออกมา  บรรยากาศในห้องนั้นยิ่งเงียบกว่าเก่า  ผมบีบมือเธอตอบและส่งสายตาบอกว่าอย่าร้องไห้เพราะเธอทำให้ผมนึกถึงแม่ของผม

            น้าคนนั้นค่อยๆเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะเดินออกมาปล่อยให้หมอตรวจผม  ซึ่งหมอก็บอกกับผมว่าร่างกายใกล้หายดีแล้ว  แต่คำบอกอีกอย่างที่ทำให้ผมงงๆก็คือ  ผมความจำเสื่อม  ถ้าพูดได้ผมก็อยากจะเถียงว่าผมจำได้ทุกอย่าง  มันจะเสื่อมได้ยังไงเล่า

            แต่ก็เหมือนมีบางอย่างทำให้ผมพูดออกไปไม่ได้ระหว่างที่พยายามจะสื่อสารผมก็มองคนในห้องไปด้วย  ซึ่งสิ่งที่ผมตกใจก็คือนอกจากคุณน้าคนเมื่อกี้แล้ว  นอกนั้นเป็นผู้ชายหมดแถมหล่อมากด้วยแม้จะมีติดใบหน้าน่ารักๆมาคนนึงก็เถอะ แต่โดยรวมแล้วทำเอาตัวผมนี่จืดสนิทไปเลย

            มองไปมองมาก็ทำให้นึกถึงเพื่อนของผม  ในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งมีคนจากหลายสถานที่มารวมกันอยู่แต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันไป  เพื่อนผมก็เช่นกัน  มันเป็นเกย์ครับ  ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกจนเห็นมันไปจูบกับผู้ชายเข้า แต่ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกสิทธ์ใครสิทธิ์มัน  หลังจากนั้นมันก็เริ่มแสดงออกมามากขึ้น  แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่หล่อเท่าคนในห้องนี้



            ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ผมก็นอนนิ่งๆแทน  ส่วนคนอื่นๆในห้องก็เริ่มเข้ามากวนผม  คนหนึ่งอายุน่าจะเท่าผมเริ่มเอามือมาลูบหัว ผมก็ไม่ว่าอะไรออกจะชอบด้วยซ้ำเพราะว่ามันรู้สึกดี  ส่วนอีกคนที่หน้าคล้ายคนแรกแต่อายุคงอ่อนกว่าเริ่มเอานิ้วๆมาจิ้มๆตามตัวผม

            พี่ดีใจนะที่วินไม่เป็นอะไร ต่อไปพี่จะปล่อยให้น้องทำอะไรก็ได้ แต่อย่าจากพวกพี่ไปก็พอนะคนที่ลูบหัวผมพูดขึ้น คำพูดของเขาทำเอาผมงง

            น้อง?   พี่?    เราเป็นญาติกันหรอไง?

            ความรู้สึกอยากรู้อยากถามมันแน่นอกไปหมด  เกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่  ความรู้สึกแปลกๆบรรยากาศแปลกๆที่ไม่ใช่และไม่คุ้นเคยนี่มันอะไรกัน  ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้

            การตื่นนอนครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ของผมแต่ครั้งนี้รู้สึกสบายกว่าเก่า ขยับตัวก็ได้ พูดก็ได้บ้างแล้ว  ตอนนี้คนที่เหลือเฝ้าผมคือคุณน้าผู้หญิงกับคนที่ดูท่าจะเป็นสามีของเค้า  ผมพยายามลุกขึ้นซึ่งพอคุณน้าเธอเห็นก็มาช่วยพยุงผมทันที

            สติพร้อม  ร่างกายพอไหว  เริ่มคำถาม

            ขอโทษนะครับ ผมอยากทราบว่าพวกคุณเป็นใครกัน แล้วพ่อแม่ผมไปไหนผมถามออกไป สีหน้าทั้งสองคนทำเอาผมกังวลเพราะมันดูเศร้ามากๆเลย

            พ่อ แม่ ก็พวกเราไงลูกวินน้าผู้หญิงพูดเสียงสั่นกลั้นสะอื้น

            แต่ผมก็ไม่สนใจ   สิ่งที่ผมสนใจคือคำพูดที่บอกว่าพวกเขาคือพ่อแม่  และวิน รู้สึกทุกคนจะเรียกผมแต่ชื่อนี้จัง

ไม่ใช่ พวกคุณไม่ใช่ผมพูดและส่ายหัว พวกเค้าบ้าไปแล้วแน่เลยผมจะไปเป็นลูกพวกเค้าได้ยังไงถึงจะเกิดอุบัติเหตุแต่ผมก็ไม่ได้สมองเสื่อมจำครอบครัวตัวเองไม่ได้หรอกนะ


            เอาไว้ว่ากันวันหลังแล้วกัน แต่ว่าตอนนี้หิวหรือยังน้าผู้ชายพูดขึ้นมาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายล และทำให้ผมรู้สึกถึงความหิวเพราะท้องที่กำลังร้องประท้วงอยู่ ณ ขณะนี้

            ผมพยักหน้า  และเมื่ออาหารมาอยู่ตรงหน้าผมก็รีบกินทันที  เพิ่งรู้ตัวว่าเวลาหิวสุดๆเป็นยังไง   หลังจากนั้นก็ขอตัวเข้าห้องน้ำซึ่งก็โดนประคองพยุงเข้าไปอย่างทุลักทุเล 

            แต่เมื่อเข้าไปและเห็นภาพในกระจก  มันทำให้ผมร้องลั่นเลยทีเดียว

            เพราะภาพที่ฉายในกระจกมันไม่ใช่ภาพของผมแต่เป็นภาพเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  และใบหน้าที่คุ้นสุดๆก็คือคนที่ขับรถตีคู่กับแท็กซี่ในวันที่เกิดรถชนนั่นเอง

            ผี   ในใจผมคิดอย่างนั้นแต่พอลองสำรวจตัวเองดู  ความสูงขนาดตัวและอะไรหลายๆอย่างมันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยมี  อย่าบอกนะว่า...

 เสียงปึงปังนอกห้องน้ำที่พยายามเคาะเรียกผมอย่างเอาเป็นเอาตาย  ทำเอาผมรีบไปเปิดซึ่งสิ่งที่เห็นคือใบหน้าที่ดูเป็นห่วงเป็นอย่างมาก  และจากนั้นบรรดาพวกหมอและพยาบาลก็กรูกันเข้ามาหลังจากที่ผมร้องลั่นห้อง  ไม่ได้ยินให้มันรู้ไป

ผมเป็นหนอนหนังสือตัวยง  อ่านมันทุกแนว  สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม  ผมเริ่มรู้สึกว่ามันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปไหม  สลับร่าง  สลับวิญญาณ  อย่างกับในหนังสือนิยายหรือละครอย่างนั้นหรอ  สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลี้ลับเกิดกับตัวผมแล้ว

หลังจากเริ่มรู้สาเหตุความแปลกใหม่  ผมก็เริ่มซักประวัติร่างตัวเองทันที

ซึ่งได้ใจความสั้นๆว่า




ผมชื่อวิน  เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยสุดๆ  คุณน้า 2 คนนั้นเป็นพ่อแม่ของวิน  อายุเกือบ 50 แล้วแต่น่าเด็กสุดๆ 

ครอบครัวนี้มีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน  คนโตชื่อ  ซัน  เป็นคนที่เคยลูบหัวผม อายุ 23  ทำงานที่บริษัทของครอบครัว  คนกลางชื่อ มูน เรียนปริญญาตรีอยู่ ปี3 ในมหาลัยชื่อดังคนที่ชอบมาจิ้มๆผมเล่น  

ส่วนร่างของผมเป็นคนเล็กอายุ 14 กำลังจะขึ้นชั้นม.เป็นเด็กที่ดื้อและเกเรสุดๆ  ชอบมีเรื่องชกต่อย  การเรียนก็ย่ำแย่  ทั้งที่ไม่เหมาะกับหน้าตาที่น่ารักเลย  อุปนิสัยตรงข้ามกันดีแท้และอีก 3 คนที่เคยมาเยี่ยมผมเป็นเพื่อนสนิทของผมรวมทั้งคนที่เคยจูบมือผมด้วย

และรู้สึกว่าร่างของผมจะตรงข้ามกับตัวจริงของผมสุดๆเลย  คงจะทำให้เหมือนเดิมคงไม่ได้  เนียนความจำเสื่อมไปเลยแล้วกัน 





ช่วงที่ผมเกิดอุบัติเหตุเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็กมัธยมพอดี  มันก็เลยไม่มีปัญหา  แต่เกรดของวินตัวจริงที่ออกมาทำเอาผมรับไม่ได้  เกรด 1 กว่าๆทำไปได้  ผมเลยต้องแทบปฏิวัติร่างใหม่ทั้งหมด  ทรงผมที่ตั้งๆผมก็จัดการเอาลงแล้วซอยให้ลากไซลงมา ตุ้มหูแนวๆผมก็โละทิ้งหมด  เสื้อผ้าผมก็จัดการซื้อใหม่หมดเพราะเสื้อผ้าที่มีผมทำใจใส่ไม่ได้สักที

พอมามองร่างตนเองอีกทีก็กลายเป็นเด็กที่น่ารักสุดๆออกแนวญี่ปุ่นผสมเกาหลีไปแล้ว  ส่วนห้องนอนที่ตอนแรกเปิดมาผมถึงกับตะลึง  ห้องคนหรือนี่  มีอะไรไม่รู้เต็มไปหมด  กระบี่กระบอง  ดาบ  สนับมือ  ไม่รู้จะเอาไปฆ่าคนที่ไหน  ผมก็จัดการเอาออกหมดทั้งหมดแล้วแต่งห้องใหม่เป็นโทนสีฟ้าดำที่ผมชอบ แล้วก็เพิ่มตู้หนังสือและหนังสือที่ผมไปซื้อมาใหม่อีกมากมาย ที่จริงผมก็ออกจะเกรงใจเพราะเงินที่ใช้จ่ายไปก็มากโขอยู่  แต่คุณน้าที่ตอนนี้ผมเรียกว่าแม่แล้วก็ยินดีและชอบที่ผมเปลี่ยนลุคใหม่ด้วย

แต่ด้วยเรื่องที่ศัตรูของร่างผมเยอะมาก  แต่ตัวผมจริงๆก็ไม่เคยมีเรื่องชกต่อยสักที  ทำให้ผมต้องเริ่มฝึกการต่อสู้ใหม่ตั้งแต่ต้นแต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยมาก  สงสัยร่างกายมันชินอยู่แล้ว  และเวลาว่างๆผมก็เอาหนังสือของมัธยมมาอ่าน  เด็กสมัยนี้เรียนยากกว่าผมเคยอยู่เยอะ

เมื่อพอปรับตัวได้แล้ว  ปัญหาของผมก็คือ  ครอบครัวจริงๆของผม  ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ  ผมพยายามจะโทรไปหลายครั้งแต่ก็ไม่กล้าซักที  จนในวันหนึ่งผมก็ตัดสินใจโทรไปจนได้ซึ่งผมโทรเข้าเบอร์บ้านและคนที่รับสายผมเป็นพี่สาว  ผมจำเสียงได้และผมก็ขอสายตัวเอง  รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน

แต่เสียงปลายทางก็เงียบลงกับข่าวร้ายที่ว่า  ผมตายแล้วและเผาศพไปแล้ว  ผมถึงกับช็อกและนึกถึงเหตุการณ์ในบรรยากาศสีขาว  เด็กคนนั้นไปแล้วเหลือแต่ผมที่ไม่ถึงเวลาแต่ร่างของผมมันใช้ไม่ได้แล้วเลยมาอยู่ในร่างนี้แทน 

หลังจากผมเงียบไปนาน  ผมก็ขอเบอร์พี่ตัวเองเพื่อจะคุยเรื่องสำคัญเป็นการส่วนตัว  เรื่องเบอร์มือถือผมความจำปลาทองไม่เคยจำเบอร์ใครได้ซักที

เมื่อมาถึงเวลาที่นัดว่าผมจะโทรแล้ว  ผมก็รีบโทรไปทันที  ซึ่งใหม่ก็รับทันทีเช่นกัน

ใหม่ผมเรียกพี่ ปกติแล้วเพราะด้วยตัวเท่าๆกัน ผมเลยไม่ค่อยเรียกพี่ว่าพี่เท่าไหร่

ฟังผมให้จบก่อนนะ แล้วค่อยพูดจากนั้นผมก็ร่ายยาว

ใหม่  ผมไม่รู้ว่าใหม่จะเชื่อผมรึเปล่านะ  แต่ผมก็อยากจะให้เชื่อในสิ่งที่ผมกำลังเล่า  ผมราณเองนะ  ราณน้องของใหม่นั่นแหละ  วันที่เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่มันแข่งกับรถอีกคันที่เด็กวัยรุ่นเป็นคนขับแล้วรถบรรทุกก็ตัดหน้าเลยต้องหักหลบ  จากนั้นผมก็หมดสติไป ตื่นมาผมก็ตื่นมาอยู่อีกร่างหนึ่ง  ร่างของเด็กที่ขับรถแข่งกันนั่นแหละ  มหัศจรรย์ใช่ไหม  ผมก็ว่างั้นแหละผมหยุดพูดแล้วรอฟังคำพูดจากอีกฝ่าย  นอกจากเสียงร้องไห้ก็ไม่มีคำพูดใดๆ  ผมก็เลยพูดต่อ

ใหม่ไม่เชื่อใช่ไหม ราณเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ราณก็จำทำให้ใหม่เชื่อให้ได้ จำได้ไหมเรามีความลับสองคนพี่น้องกันอยู่ ใหม่มีแฟนอายุน้อยกว่า2 ปีเรียนสัตวแพทย์อยู่ ส่วนกิ๊กของใหม่ก็เป็นนักเทคนิคการแพทย์เหมือนกันแต่อายุน้อยกว่า4 ปีแล้วใหม่ก็ชอบให้ผมโกหกแฟนเพื่อไปเที่ยวกับกิ๊ก แล้วก็...ผมก็เริ่มเล่าความลับที่รู้ๆกันสองคนออกมา ชนิดไม่เชื่อให้มันรู้ไป

พอแล้วราณ ใหม่เชื่อแล้ว ใหม่เชื่อแล้วจริงๆ ขอบคุณที่ยังอยู่แม้ไม่ใช่ร่างเดิมแล้วก็ตามพี่ผมพูดออกมา

แล้วพ่อกับแม่ผมถามต่อ

พ่อตอนนี้ไม่สบาย แม่ก็ดูแลอยู่ พวกท่านยังเสียใจไม่หาย

จากนั้นผมก็คุยกับพี่หลายเรื่อง   โดยเฉพาะเรื่องที่จะทำให้พ่อแม่รู้เรื่องของผม  พวกท่านจะได้สบายใจได้บ้าง  ซึ่งพวกผมก็วางแผนกันและคิดว่าคงจะสำเร็จ  แล้วมันก็สำเร็จจริงๆ  พ่อและแม่ต่างพากันร้องไห้ผ่านสายโทรศัพท์  ซึ่งผมก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่ทำให้พ่อแม่ร้องไห้  แต่พวกท่านก็สบายใจแม้ว่าผมไม่ใช่คนเดิมแล้วก็ตาม  และผมก็สัญญาว่าว่างเมื่อไหร่จะไปหาทันที  จากนั้นไม่นานพ่อก็หายป่วยและกลับมาทำงานต่อ  ซึ่งจากสวนและไร่เล็กๆตอนนี้ก็เริ่มพัฒนาไปเป็นฟาร์มขนาดย่อมที่ผมต้องรับช่วงดูแลกิจการต่อ 

ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ  ผมก็โทรคุยกับพวกท่านทุกวัน  จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยได้คุยกัน  ไม่ค่อยสนใจกัน  ตอนนี้เราก็รักกันมากกว่าเดิม


เมื่อแก้ปัญหาอะไรหลายๆอย่างแล้วก็เหลือแต่เรื่องเพื่อน  เพื่อนของผมชื่อว่า  ดาร์ฟกับมายด์ดาร์ฟเป็นลูกครึ่งอเมริกัน  ตัวใหญ่ผิวไม่ค่อยขาวนักเรียกว่าหล่อคนเข้ม  ส่วนมายด์ลูกครึ่งญี่ปุ่น  ตัวใหญ่กว่าผมใบหน้าหวาน  และรู้สึกสองคนนี้จะมีสัมพันธ์ที่ดีเกินกว่าเพื่อนกัน

และมาถึงคนสุดท้าย  ครอส   เด็กหล่อคนนั้นนั่นเองแต่คนนี้มีระดับความสัมพันธ์ลึกลับกับร่างของผมเพราะดาร์ฟกับมายด์เล่าว่า  เมื่อก่อนเราไม่ถูกกันสุดๆแบบเจอหน้ากันก็แทบจะฆ่ากันให้ตาย  พอมาช่วงหลังๆรู้สึกจะดีกันแต่สองคนนั้นก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคงต้องลองถามครอสดูเอาเอง   แต่ดาร์ฟก็บอกว่าอย่าไว้ใจให้มากนักเพราะว่าครอสอันตราย

ตลอดช่วงปิดเทอม  ดาร์ฟกับมายด์และครอสต่างผลัดกันมาเยี่ยมผมไม่ยอมมาพร้อมกันหรอก  ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอย่างเช่นวันนี้ครอสจะมาแต่ผมก็ยังไม่ลุกออกจากเตียงเลย  นิสัยผมคือชอบการนอนสุดๆ

นี่ตื่น ตื่นได้แล้วนะเสียงคนปลุกผมดังขึ้น แต่ผมก็ไม่สนใจ แถมมุดเข้าผ้าห่มอีกต่างหาก

เล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้ถัดจากเสียงนั้น ครอสก็ลงมือจักกะจี้ผม จนผมดิ้นไปมาเพื่อหนีมือของครอส แต่ดูเหมือนจะหนีไปทางไหนก็ไม่พ้นเพราะครอสดักไปหมดทุกทาง โดยผมไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ผมอยู่ในอ้อมกอดของครอสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จะตื่นรึยังเสียงครอสถามกระซิบใกล้หู ผมรีบพยักหน้าเพราะตัวเราแทบชิดใกล้ ถึงในตัวผมจะอายุ22 แต่ประสบการณ์แบบนี้ผมยังไม่เคยเจอ จนตอนนี้ผมเหมือนเด็กเพิ่งเริ่มรัก แม้จะคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นสิ่งที่ผิด แต่ก็รู้ว่าสมองสั่งห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้

อาบน้ำ แต่ก่อนไป จุ๊บผมที่รีบไปห้องน้ำ ก็ถูกดึงมาหอมแก้มก่อน ผมส่งสายตาไปให้อย่างเคืองๆ

ตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจถามว่า...วินกับครอสเป็นอะไรกัน  และคำตอบที่ได้รับผมแทบบ้า  เพราะครอสบอกกับผมว่าเรารักกัน 

ผมนึกไม่ออกเลยรักกันท่ามกลางสนามรบรึไง  แต่เอาเถอะมันเป็นไปแล้ว  และหลังจากที่ครอสบอกความสัมพันธ์  ไอ้อาการที่ลวนลามผมทั้งหลายทั้งแหล่ก็เริ่มมา  ทั้งกอด  ทั้งหอม  หนักก็จูบ เหลือแต่ขั้นสุดท้ายที่ผมยังไม่ให้และครอสบอกว่าจะรอ

พอตื่นมาแล้ว  ครอสก็พาผมไปเที่ยว  ใจจริงก็ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่  ผมไม่ชอบคนเยอะและไม่ชอบสายตาคนที่มองมา  เมื่อก่อนหน้าตาผมธรรมดาก็เลยไม่มีใครสนใจ  แต่ตอนนี้มันไม่ใช่   ร่างนี้ของผมมันน่ารักเพราะไอ้ข้างๆผมมันก็โคตรหล่อ  แม้เรายังเด็กแต่ก็สามารถเรียกสายตาคนดูได้เหมือนกัน  ไม่นับรถที่ครอสใช้ขับนะรถสปอร์ตสีดำสวยที่ครอสเพิ่งถอยมาทั้งทั้งที่จริงแล้วใบขับขี่ยังไม่มีด้วยซ้ำไป และเรื่องนี้ผมเคยทะเลาะกับครอสอยู่เพราะมันไม่ถูกต้องถึงแม้ครอสจะตัวใหญ่เลยดูไม่เหมือนเด็กอายุ 14-15 ก็ตามส่วนบ้านครอสนั้นรวยไม่แพ้บ้านผมเลย  อ้อ ดาร์ฟกับมายด์ก็รวย  เป็นวังวนสังคมของคนรวยจริงๆ



อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว  พ่อแม่ผมพาผมไปติดต่อที่โรงเรียนบอกอาการของผมให้ทราบ(ความจำเสื่อม)เพื่อจะได้ช่วยกันดูแล  ซึ่งอาจารย์แต่ละคนก็รับปากและพากับบอกว่าผมเปลี่ยนไปมาก  หมายถึงเปลี่ยนไปทิศทางที่ดีนะ

วันแรกของการไปโรงเรียนพี่ซันไปส่ง  พูดถึงพี่ชายทั้งสองพี่ซันค่อนข้างสุขุมแต่ใจดี  ส่วนพี่มูนก็กระล่อนควงผู้หญิงไม่เลือกแต่ก็เป็นคนที่สนุกสนาน  แต่ถ้าโกรธขึ้นมาก็ตัวใครตัวมัน 


พี่ซันมีรถที่ใช้ประจำสองคันคือคาดิแล็กสีดำเอาไปใช้ทำงานแต่ถ้าไปเที่ยวจะใช้จากัวร์สีแดง  แต่คันนี้ดูเหมือนพี่มูนแทบจะยึดไปเป็นของตัวเองแล้วทั้งๆที่ตัวเองก็มีเบนซ์คันงามอยู่  พอถึงโรงเรียนผมกับพี่ก็ลงจากรถซึ่งพี่ซันก็ยืนยันจะส่งถึงห้องเรียนให้ได้ก็ดีเหมือนกันเพราะดูเหมือนผมก็ไม่รู้ว่าห้องเรียนมันอยู่ทางไหน โรงเรียนของนักเรียนที่มีเงินนี่ช่างกว้างขวางและใหญ่โตเสียจริง

 พอถึงห้องผมก็เจอดาร์ฟกับมายด์ที่วิ่งมาหา  ส่วนคนอื่นๆในห้องก็พากันมองมาแบบแปลกๆ  ผมก็สำรวจตัวเองทันทีว่าผมต่างกับคนอื่นๆไหม  คำตอบว่า  ไม่  แต่เพราะผมที่เคยเป็นเด็กเกเรกลับมาเรียบร้อยขึ้นละมั้ง  มันเลยดูแปลกตาไปสำหรับคนอื่นๆ

การเรียนชั้นม.3 ก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่  พอผมอ่านหนังสือทบทวนคร่าวๆไปมันก็ได้หมด  จนอาจารย์ชมแทบไม่หยุดปาก

ในชั้นเรียนม.พวกผมกับครอสไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันเพราะครอสอยู่ห้องคิง  ผมก็เฉยๆไกลๆกันบ้างก็ดี  แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือศัตรูส่วนใหญ่ของผมนั้นเริ่มไม่มีแล้ว  ตั้งแต่ผมมาด้วยลุคใหม่นั่นแหละ  เห็นมายด์บอกว่าคงอึ้งในความน่ารักของผมจนไม่กล้าทำอะไร  แถมบางคนจากจะเข้ามาหาเรื่องก็เข้ามาจีบแทน  จนผมสงสัยมากว่าสมัยนี้ผู้ชายเค้าไม่จีบผู้หญิงกันแล้วหรือไง

แต่ก็ดูเหมือนว่าผมไม่ต้องทำอะไรเพราะครอสประกาศตัวเป็นเจ้าของผมเรียบร้อย  กลางโรงอาหาร  หอมแก้มเข้ามาได้  จนข่าวของผมกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียน  ซึ่งมันก็ทำเอาผมเครียดเหมือนกันนะกลัวไปเสียทุกเรื่อง  กลัวคนอื่นรับไม่ได้  ทั้งทั้งที่ตัวเองก็ไม่อยากจะยอมรับตัวเองเท่าไหร่เลยแต่เปล่าเลยสิ่งที่ผมคิดมากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  คงเพราะเมื่อก่อนของผมและปัจจุบันของครอสมีอิทธิพลก็เลยไม่มีคนแสดงตนเป็นศัตรูออกมาจะมีแต่คนที่แสดงความเสียดายผมกันยกใหญ่  จนครอสหมั่นไส้แทบจะเข้าไปเตะ  แต่สุดท้ายก็เอามาลงที่ผมโดยการลวนลามผมตลอด  ไม่ใช่เรื่องเลย

วันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือนจากอุบัติเหตุครั้งนั้น  ผมก็มีความสุขดีกับชีวิตใหม่  มีครอบครัวที่รักผมถึง 2 ครอบครัวด้วยกันและการได้กับมาเป็นเด็กอีกครั้งมันทำให้ผมรู้ว่าชีวิตครั้งก่อนนั้นมันช่างน่าเบื่อไม่มีสีสันแต่ชีวิตใหม่นั้นก็สนุกสนานน่าสนใจ

ตอนนี้ผมอยู่ม.ก็เป็นช่วงจะเลือกทางเดินชีวิตอีกครั้งว่าจะไปสายไหน  ผมที่เคยเรียนวิทย์-คณิต  ครั้งนี้ก็ขอผ่านมาเรียนสายศิลป์บ้างซะเลยซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ขัดข้องเพราะผมบอกว่าจะเรียนบริหารและผมก็วางแผนจะเรียนปริญญาตอนจบม. 3 ก็คือไปเรียนราม จะได้จบไวๆ ถึงยังไงผมก็มีครอบครัวของผมจริงๆที่ต้องรับผิดชอบ แม้ตอนนี้จะรวยแล้วแต่ก็ไม่ใช่เงินผมอยู่ดี หลังๆผมก็เอาธุรกิจของพ่อมาดูๆงานการบริหารฟาร์มแบบลับๆ และก็แนะนำพ่อเพิ่มเติมไป และปิดเทอมผมจะลงไปดูงานเอง

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครอสเราก็เรื่อยๆกันมา  ซึ่งก็คือเราอยู่ระหว่างที่ศึกษากันอยู่  ผมไม่สนว่าเมื่อก่อนจะเป็นอย่างไร  ผมสนแต่ปัจจุบันเท่านั้น  แม้จะมีเกินเลยกันบ้างก็มากสุดแค่จูบ  เรื่องอย่างว่าอย่างที่เคยบอกไปผมไม่ให้ก็อย่าได้หวัง  ยิ่งผมมีแววเป็นฝ่ายรับด้วยแล้ว  แถมไอ้นั่นของอีกฝ่ายก็คงจะใหญ่  เวลาใส่คงจะเจ็บน่าดู

ใกล้ปิดเทอมแล้วผมก็ติดต่อพ่อแม่ที่ลำปางว่าจะมีเพื่อนไปด้วย  ตอนแรกผมก็ว่าจะไปคนเดียวโดยบอกเพื่อนๆและครอสว่าจะไปบ้านญาติ  ส่วนพ่อแม่ของวินผมจะโกหกว่า...ไปเที่ยว  ตอนแรกก็ห่วงกันยกใหญ่กว่าจะอ้อนไปได้แทบตาย  แต่เพราะเจ้าพวกนั้นพอได้ยินว่าขึ้นเหนือก็หูพึ่งรีบบอกจะไปด้วยทันที พอมีเพื่อนร่วมทางด้วยผมจึงได้รับอนุญาตให้ไปได้  อ้อ  ตอนนี้ ดาร์ฟและมายด์กับครอสเค้าดีกันแล้ว

ในที่สุดก็ปิดเทอม  พวกเราไปโดยขึ้นเครื่องบินลงที่เชียงใหม่  ด้วยจำนวนคนที่เยอะขึ้นทำให้พ่อต้องเปลี่ยนรถเป็นนิวเซเว่น  ตอนนี้ที่บ้านมีรถ 4 คันแล้ว  ตอนเครื่องลงผมแอบตื่นเต้น  ไม่ได้เจอพ่อแม่และพี่มาตั้งนานไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง  แถมร่างใหม่พวกท่านก็ไม่เคยเห็น 

เมื่อเครื่องลงจอดผมก็โทรหาทันทีว่าอยู่ที่ไหน  ซึ่งครอบครัวผมก็รอที่ประตูทางออก  พอออกมาเจอหน้าพ่อแม่และพี่  ผมน้ำตาไหลลงมาอย่างหยุดไม่อยู่  มันเป็นความรู้สึกตื้นตัน  ผมรีบวิ่งไปหาแม่และกอดพลางสะอื้นร้องไห้ในอก แม่คงรู้ว่าเป็นผมก็เลยลูบหัวผมเบาๆ ส่วนพ่อก็เข้ามากอดผมทางด้านหลัง  ตอนผมเป็นโบราณ ผมไม่เคยจะกอด  คงเพราะเขินหรืออะไรซักอย่าง  แต่ว่าความรู้สึกที่ว่าเราต้องตายก่อนแล้วทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง  มันเจ็บใจ  รักแต่ไม่เคยแสดงออกเปลี่ยนมาเป็นมีอะไรก็แสดงออกมาให้หมด

เมื่อผ่านความเศร้าไปแล้ว  พ่อกับแม่ก็พาเพื่อนผม ดาร์ฟ มายด์ ครอสนั่นแหละ และผมไปเที่ยวทั่วเชียงใหม่กว่าจะถึงบ้านที่ลำปางก็ปาไป 4 ทุ่ม

 บ้านผมเป็นบ้านไม้กึ่งปูน  ข้างล่างพ่อแม่ได้จัดที่นอนให้ดาร์ฟกับมายด์ ส่วนห้องเดิมผมให้ครอสมานอนด้วย  ผมมองครอสใจแอบกลัวเล็กน้อยแบบกลัวโดนลักหลับก็มันแอบทำหน้าหื่นๆนี่นา  แต่ด้วยความเพลียคืนแรกเลยผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

วันต่อๆมา  ผมพาพวกนั้นไปเที่ยวทั่วลำปาง  ไปแวะกินของโปรดผมในเมือง  ขนมจีนน้ำพริก  พาไปนั่งรถม้า  ตกเย็นก็เดินกาดกองต้าคล้ายๆถนนคนเดินของเชียงใหม่   อีกวันก็พากันไปน้ำตกแจ้ซ้อนเป็นน้ำตกใกล้บ้าน  ความพิเศษคือมีน้ำพุร้อนซึ่งเอาไว้ลวกไข่  ไข่ที่ลวกออกมา  ไข่แดงจะสุกส่วนไข่ขาวจะไม่สุก  อร่อย  ซึ่งพวกนั้นก็กินไปหลายฟองเลยทีเดียว

แต่กิจกรรมส่วนใหญ่ก็คือเข้าไปงานในฟาร์ม  ดูบัญชี  บริหารงานหลายๆอย่าง  ซึ่งผมก็แอบทำไม่ให้พวกนั้นเห็นหรอกนะ

ไม่นานก็ผ่านปิดเทอมก็ต้องกลับไปเรียนอีกแล้ว  แต่ละคนก็มีทางเลือกเป็นของตัวเอง  ครอสเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต  และโน้มน้าวผมไปด้วยแต่ผมก็ปฏิเสธท่าเดียว  เบื่อวิทย์แล้วแต่ถึงคนละสาย  เราก็ยังเรียนโรงเรียนเดียวกัน

จบม.ผมไปทำเรื่องเรียนบริหารที่รามซึ่งผมก็คุ้นเคยอยู่แล้วก็คิดว่าคงจะให้จบเร็วๆ  แต่พอใช้วุฒม.สมัครอะไรมันก็ยุ่งยากกว่าเดิม