ผมกลับมาที่หอแล้วครับ
ยังไม่คุ้นชินเรื่องเส้นทางมากนักแต่ก็ไม่ยากอะไรกับการที่ต้องนั่งรถเมล์หรือนั่งรถตู้
วันนี้ใหม่ยังอยู่หอแล้วพรุ่งนี้ก็นั่งเครื่องกลับบ้านแล้ว พอผมเข้าห้องมาผมก็ประหลาดใจมากขึ้นที่ข้าวของเพิ่มมากขึ้น
“พอดีมีคนเป็นห่วง
เลยส่งข้าวของมาให้เพิ่ม”ใหม่บอกเมื่อเห็นสายตาระคนสงสัยของผม
“ใครอะ”ผมถาม
“หนุ่มหล่อชื่อ ซัน
เสียดายเด็กไปหน่อย”ใหม่ว่าติดตลก
“ความรักไม่มีอายุเสียหน่อย”ผมว่าไป
“ก็ใช่ แต่ยังไงก็ไม่ใช่แนว”
“แหม ว่าจะยุเสียหน่อย”
“ยุไม่ขึ้นหรอกราณ
อย่าเสียเวลาเลย พี่ไม่อยากจะมีใครเข้ามา พี่อยากดูแลพ่อกับแม่ให้ดีมากกว่า”
“ราณเหมือนเห็นแก่ตัว
ที่ไม่ได้อยู่ดูแล”ผมพูดเสียงอ่อย
“แค่มีชีวิตอยู่
พ่อแม่เค้าก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว การไปงานศพคนที่เด็กกว่าเรานี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยมันเป็นอะไรที่เศร้ามาก
ถ้ามีชีวิตอยู่และรู้ว่ายังรักกันก็พอ อีกอย่างพ่อแม่เราก็ยังแข็งแรงดูแลตัวเองได้
ไม่ต้องห่วงน่า เอาเรื่องของตัวเองให้รอดแล้วส่งลูกเขยไปให้เค้าดูก็พอ”
“อือ ขอบใจมากนะ”ผมยกยิ้มนิดๆกับคำพูดของใหม่ เธอเป็นพี่สาวที่ดีของผมเสมอ
จะว่าไปผมก็ไม่ได้โทรหาแม่ของ
‘วิน’ มาหลายวันแล้วเพราะยุ่งๆหลายเรื่องทั้งที่บอกว่าจะโทรไปหาแท้ๆ
“วินลูก
ในที่สุดก็ว่างโทรหาแม่สักที แม่จะโทรไปก็กลัวยุ่งอยู่”แม่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ขอโทษด้วยครับ
ผมยุ่งเรื่องจัดของก็เลย...”
“ไม่เป็นไร แม่เข้าใจ
สบายดีไหม อยู่ได้ไหม”แม่ถามด้วยความเป็นห่วง
“สบายดีฮะ
วินอยู่ได้แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“แล้วเรื่องเงินละลูก
เอาไหนมาใช้”แม่คงยังสงสัยเรื่องนี้ไม่หาย
“เอาเป็นว่าผมมีเงินเก็บจากการลงทุนส่วนตัวแล้วกันฮะแล้วที่บ้านละฮะเป็นยังไงกันบ้าง”
“ก็ไม่มีอะไรมาก
แม่กำลังทำสงครามเย็นกับพ่ออยู่”แม่หัวเราะติดตลกแต่ฟังจากน้ำเสียงคงจะทำจริงๆ
“โธ่แม่ฮะ อย่าทำเลย
ผมไม่อยากจะรู้สึกผิดเพราะผมเป็นต้นเหตุ”
“ได้ แต่ขออีกสักสองสามวันนะให้พ่อเค้านั่งเฉาอยู่คนเดียวไม่มีคนยอมพูดด้วย
ดื้อดีนักในเรื่องแบบนี้”
“ใจอ่อนไวๆนะฮะแม่
พ่อเค้าคงเหงาน่าดู ผมคิดถึงแม่นะครับ”
“แม่ก็คิดถึง
อยากให้วินกลับมาอยู่บ้านเรา”
“แม่ก็แค่คิดว่าผมหนีไปเที่ยว
เหมือนตอนที่ผมไปลำปางไง เดี๋ยวก็กลับ”
“เอางั้นก็ได้
แม่จะคิดว่าลูกหนีไปเที่ยวก็แล้วกัน”
“ฮะแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะฮะ
สวัสดีฮะ”
ใหม่มองหน้าผมหลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จ
ยิ้มแล้วมานั่งยีหัวผมเล่นก่อนจะยื่นมือมาจับมือผมแล้วสบสายตาอย่างจริงจัง
“พรุ่งนี้จะกลับแล้วนะ
อยู่ได้ใช่ไหม”
“ได้ ราณอยู่ได้”
“ถ้ามีอะไรก็บอกนะ
อย่าเก็บไว้คนเดียว”ผมรู้ที่ใหม่พูดก่อนเพราะพรุ่งนี้ผมมีเรียนไปส่งใหม่ที่สนามบินไม่ได้
เราคุยกันจนถึงดึกทั้งในเรื่องเก่าๆและเรื่องใหม่ๆที่ผมจะคิดทำต่อไป
ช่วงนี้ผมงดเจอครอสเพราะว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมเข็ดขยาดกับครอสคนปัจจุบัน
กลัวว่าจะรับมือไม่ไหว ครอสก็เลยส่งเมลล์มาตัดพ้อต่อว่าและลงท้ายด้วยงอน
บอกให้ผมไปง้อเขาด้วยแหละ
แต่เรื่องอะไรผมจะไปเพราะมันเสี่ยงต่อการเสียตัวของผมนะสิ
วันนี้ผมไปเยี่ยมเบลล์
อยากไปดูอาการของเธออีกครั้งให้แน่ใจในสิ่งที่ครอสเล่าให้ฟังว่าเธอดีขึ้นแล้ว
กระจกใสที่มองเห็นภายในแต่จากภายในไม่สามารถเห็นภายนอกได้นั้นกำลังฉายภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างหน้าต่าง
เธอดูสงบขึ้นมาก ใบหน้าระเรื่อสีชมพูไม่ซีดขาวดูสุขภาพดีขึ้น
ผมเคาะประตูก่อนจะเดินเข้าไป
เธอมองผมอย่างแปลกใจก่อนจะเชิญให้ผมนั่ง
“เป็นยังไงบ้าง”ผมถามออกไป สบสายตากับเธอที่ร่องรอยความโกรธแค้นดูลดน้อยถอยลงไปมาก
“ก็สบายดี นั่งๆนอนๆ”เบลล์ตอบก่อนจะถามผมกลับ
“วันนี้มาทำไม”
“มาเยี่ยม”จากนั้นผมก็ยื่นขนมที่ผมซื้อให้เธอ
ผมลอบหายใจที่เธอรับโดยไม่ปาทิ้งไปเสียก่อน
“ขอบใจ”
ตอนนี้เราเงียบกันครับ ผมอยากมาเยี่ยมแต่ครั้งนี้ผมไม่รู้ว่าจะมาพูดอะไรดี
ไม่ได้มีเรื่องเล่าที่อยากจะพูด กลายเป็นว่าเบลล์เป็นฝ่ายชวนคุยแทน
“กับครอสเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ค่อยได้เจอหรอก
เพราะมีปัญหากับที่บ้าน”
“บ้านใคร”เบลล์ถามต่อเพราะผมพูดไม่เคลียร์
“ทั้งบ้านวินและบ้านครอส
พวกเค้าไม่ยอมรับนะ”ผมพูดเสียงเรียบมองไปทางหน้าต่างบ้าง
ผมไม่อยากให้เบลล์มารับรู้ปัญหา กลัวเธอเครียด
ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของเธอโดยตรงแต่มันก็เกี่ยวกับครอสคนที่เธอรักอยู่ดี
“นั่นสินะ แล้ววินทำยังไง”
“ก็ไม่ทำยังไง
วินแค่พิสูจน์ให้พวกเค้าเห็นว่าวินเลือกแล้ว แม้ตอนนี้จะโดนตัดพ่อตัดลูกก็ตาม”ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดทุกอย่างกับเบลล์ เธอมองผมนิ่งๆ ก่อนจะยิ้ม
ยิ้มอย่างอ่อนโยนและจริงใจอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“วินเข้มแข็ง
ถ้าเบลล์เข้มแข็งได้เท่าวิน เบลล์คงไม่เป็นแบบนี้”เธอถอนหายใจแล้วยื่นมือมาจับมือผม
“ตอนนี้เบลล์พอจะมีสติคิดไตร่ตรองอะไรได้แล้ว
เบลล์ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา
เมื่อก่อนเพราะเบลล์คิดว่าตัวเองเจ็บอยู่คนเดียวจนมองไม่เห็นความจริงที่ว่าก็มีคนเจ็บไปกับเบลล์เหมือนกันโดยเฉพาะพ่อและแม่ของเบลล์ทั้งครอสและวินเองก็ด้วย
ไม่มีใครมีความสุข”
“ที่จริงตอนครอสเริ่มเปลี่ยนไป
เบลล์ก็รู้สึกได้แต่เบลล์ยังยึดยังรั้งไว้ในตอนที่ครอสเองยังไม่รู้ใจตัวเองจนพวกเรามีปัญหายืดเยื้อกันถึงตอนนี้
ถ้าตอนนั้นเบลล์ใจแข็งหน่อยแล้วเดินจากออกมาเบลล์คงมีความสุขมากกว่านี้”
“วินก็ขอโทษที่ทำให้เบลล์เจ็บ
วินไม่รู้จริงๆว่าครอสมีเบลล์ ถ้ารู้ก็คงไม่เดินเข้ามาในชีวิตครอส”
“มันคงเป็นโชคชะตาละมั้งที่ให้ครอสเลือกเดินไปหาวินในวินที่วินฟื้นขึ้นมาและบอกว่าวินเป็นแฟน
ทั้งที่กับเบลล์ครอสยังไม่เคยพูดเลยสักครั้ง”
“วิน
ถ้าเบลล์ออกจากโรงพยาบาลแล้วเบลล์จะไปเรียนต่อเมืองนอก”เธอบอกเสียงเรียบกระชับมือผมแน่น
“เพราะฉะนั้นฝากดูแลครอสแทนเบลล์ด้วยนะ”
“เบลล์เชื่อว่าวินจะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้
เหมือนที่วินทำให้เบลล์คิดได้”
“ขอบใจมากเบลล์
ขอโทษที่ผ่านมาเหมือนกัน ขอบคุณมากจริงๆ”น้ำตาผมไหลออกมาไม่รู้ตัว
ผมไม่ได้เศร้าเสียใจแต่อาจจะเป็นน้ำตาของความดีใจก็ได้เพราะอย่างน้อยผมก็ปลดบ่วงรัดตัวผมและครอสได้
ผมไม่เคยโทษเบลล์เพราะผมรู้ว่าเธอก็เจ็บ และผมก็ทำให้เธอเจ็บบัดนี้บ่วงของความรู้สึกผิดที่ผมมีกับเธอได้คลายพันธนาการออกไปแล้ว
“ขอให้เธอมีความสุขกับชีวิตใหม่นะเบลล์”
“เช่นกัน วิน”
“มาได้ยังไง…ครอส”ผมพูดออกไปเมื่อเห็นครอสมานั่งอยู่ที่ใต้หอด้วยท่าทางที่สบายๆใส่แว่นตาดำที่ส่งให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์จับใจ
จนคนในหอต่างพากันเมียงมอง
“คิดถึงเลยมาหา”ครอสทำท่าจะเดินมาโอบเอวผม
ผมเลยเดินหนีไปที่ลิฟท์ก่อนที่จะตกเป็นข่าวให้ชาวบ้านแถวนี้ได้เมาท์กัน
โดยครอสก็ยักไหล่แล้วเดินมาหาอย่างดูก็รู้ว่าอารมณ์ดี
“ห้องน่ารักดีนะ”ครอสพูดเมื่อเห็นห้องผม จากนั้นก็เดินสำรวจโดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทั้งๆที่ในห้องก็ไม่มีอะไรให้น่าสนใจสักนิด
“มีของที่ครอสเคยให้วินด้วย
วินรักครอสมากเหมือนกันนะเนี่ย”ครอสยิ้มแล้วเดินมาหอมแก้มผมแล้วดึงผมไปนั่งตกของเขา
“ทำไมถึงมาได้
คนที่บ้านไม่ห้ามแล้วหรอ”ผมถามอย่างสงสัย
ตีมือใหญ่ที่กำลังรุ่มร่ามมุดเข้ามาในเสื้อของผม เดี๋ยวนี้พอเห็นว่ายอมเลยเอาใหญ่เชียว
“ก็นะ ได้คืนมาหมดแล้ว ทั้งรถ
ทั้งคอนโด อ้อ มือถือด้วย”
“ทำไมเค้าถึงยอมละ”
“เพราะเป็นวินละมั้ง”
“อะไร ไม่เข้าใจเล่ามาดีๆ”
“ครอสเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเค้านะเห็นแต่ธุรกิจ
แน่นอนว่าเค้าไม่ยอมรับเพราะมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง เงินทองของเค้า
และตอนนั้นเค้าไม่รู้ว่าวินเป็นใครเลยกีดกันเต็มที่ แต่ทีนี้เรื่องมีอยู่ว่า
เค้าไปเจรจาธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งและทำให้เค้าได้รู้ว่าวินเป็นใคร
เค้าก็เลยเปลี่ยนใจ”
“อย่าบอกนะว่าพี่ซัน”
“เปล่ากับพ่อของวินต่างหาก พ่อของวินคุยกับพ่อของครอส
แบบเปรยๆนะไม่ได้บอกตรงๆ แต่พ่อของครอสก็เข้าใจที่จะสื่อ
ทีนี้พอพ่อของครอสเห็นประโยชน์เลยตะครุบเหยื่อที่พ่อของวินหยิบยื่นมาให้ เรียกว่าติดเบ็ดอย่างเต็มใจ”
“พ่อเนี่ยนะ แต่เดี๋ยวก่อน
อย่างนี้ก็หมายความว่าพ่อของครอสยอมรับวินเพราะบ้านวินมีผลประโยชน์ให้อย่างนั้นหรอ”ผมเหวใส่ครอส
“ครอสรู้ว่ามันไม่น่าดีใจหรอก
แต่เพราะเค้าเป็นแบบนั้นวิธีนี้จึงเร็วที่สุด
ซึ่งครอสก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อของวินจะยอมช่วย แต่พ่อของวินก็ฉลาดนะ
รู้ไหมว่าผลประโยชน์ที่เสียไปบริษัทวินจะได้คืนมาตอนไหน”
“ตอนไหนละ”
“ก็ตอนครอสขึ้นไปบริหารนะสิ
ทุกอย่างต้องใช้คืน”
ผมทำหน้าอึ้งๆดูครอสจะมองการณ์ไกลกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ
ทั้งที่ยังเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นแท้ๆ
“วินมีลูกให้ครอสไม่ได้
ทำไมเค้าถึงยอมละ”ผมถามถึงประเด็นนี้สำหรับบ้านผมมีทั้งที่ซันกับพี่มูนที่จะสามารถสืบทอดทายาสให้ได้
แต่สำหรับครอสผมจำได้ว่ามีครอสเป็นลูกเพียงคนเดียว
“นั่นสิ ครอสลืมบอกวินไป แม่ครอสท้องนะ
ทั้งที่อายุเยอะแล้วแท้ๆ ไม่รู้ว่าเพราะครอสเป็นแบบนี้เค้าถึงมาเกิดหรือเปล่า
แต่ไปตรวจแล้วว่าเป็นเด็กผู้ชาย พ่อก็เลยยอม เหมือนปาฏิหาริย์เลยใช่ไหม”
“ก็ต่อไปนี้ครอสก็ต้องไปเรียนรู้งานจากเค้าแล้วขึ้นแท่นไปเป็นผู้บริหารจนกว่าน้องคนนี้จะมารับช่วงต่อได้
แฮปปี้ไหม”
“บทจะง่ายก็ง่ายเนอะ”ผมพูดเปรยๆ
“ผิดแล้วเพราะวินทำให้คนอื่นยอมรับได้ต่างหาก
ทุกอย่างจึงผ่านไปได้”
“ครอสวินอยากกลับบ้าน
อยากกลับไปกราบพ่อ”ผมเขย่าแขนครอส
อยากกลับไปขอบคุณเค้าที่ยอมช่วยเหลือยอมเห็นใจ ทั้งๆที่ตอนแรกพ่อบอกว่าจะไม่ยอมรับ
อยากให้พิสูจน์แต่กลับกลายเป็นว่าสุดท้ายพ่อก็ทำให้ผมมีความสุข
“ไปสิ
ครอสก็อยากไปกราบขอบคุณท่านเหมือนกัน”
ครอสขับรถพาผมมาที่บ้าน
เหมือนจะรู้พอผมเข้ามาที่บ้านทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาไม่มีวี่แววความเครียดหรือเศร้าเสียใจเหมือนครั้งก่อน
ดูๆไปผมก็ออกมาจากบ้านได้เพียงสามสัปดาห์เท่านั้นเอง ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไป
ผมเดินเข้าไปหาพ่อคนที่นั่งหน้านิ่งตรงโซฟาตัวใหญ่ตรงกลาง
ทุกคนต่างมองผมอย่างลุ้นๆจากนั้นผมก็นั่งลงข้างๆแล้วกอดเอวพ่อยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อเบาๆ
“ขอบคุณฮะพ่อที่ทำเพื่อผม”
“ทำอะไร ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”คนเป็นพ่อก็ยังปากแข็งแต่ผมเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นยิ้มที่ผมเข้ามาอ้อน
“พ่อไปคุยกับพ่อของครอสใช่ไหมละฮะ
อย่าโกหกนะ”ผมพูดแล้วเปลี่ยนมากอดแขนพ่อแทน แม่ที่เดินมานั่งข้างๆพ่อก็ตีไหล่พ่อจนเสียงดัง
“อย่าเก็กให้มาก ดีใจที่ลูกมาก็บอก
นานๆทีวินถึงจะอ้อน ยิ้มๆไปเถอะไม่ต้องกลั้นไว้หรอกคุณ”แม่แซวพ่อแล้วกวักผมให้เข้าไปหาแล้วกอดผมแนบอกลูบหัวผมเบาๆเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ
“ครอสมานี่สิ”ผมกวักมือเรียกครอสที่ยืนอยู่เหมือนไม่รู้จะเอาตัวเองไปทิ้งไว้ไหน
ครอสเดินมาหาพร้อมพวงมาลัยเหมือนกับที่ผมเคยถือมาไหว้วันนั้น
จากนั้นผมก็ลงไปนั่งกับพื้นเคียงคู่กับครอสและกราบเท้าของพ่อและแม่
“วินกับครอสมาขอขมาที่ทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจและมาขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเรา”ผมพูดก่อน
“ผมมากราบขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆ
ทำให้วินต้องเจ็บและทำให้ทุกคนที่นี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย ขอโทษครับ”ครอสก้มลงไปกราบที่พื้นอีกครั้ง
ผมมองไปที่พี่ซันและพี่มูนที่นั่งกันอยู่คนละฝากของโซฟารู้สึกสายตาของคนทั้งคู่กำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นแหละ
“พอแล้ว ไม่ต้องกราบแล้วละ”พ่อดันหัวครอสให้เงยขึ้นแล้วลูบหัวเบาๆเหมือนเอ็นดู
“ที่ลุงทำก็เพราะอยากให้วินมีความสุขเพราะฉะนั้นช่วยรับปากมาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้ลูกชายของลุงต้องเสียใจอีก”
“ครับ ผมสัญญาด้วยทุกสิ่งที่ผมมี”
“ดี จงจำไว้ถ้าผิดสัญญา
คงไม่ต้องบอกว่าจะเป็นยังไงนะ”พ่อผมขู่
ผมเหลือบมองครอสว่าจะกลัวตามคำขู่หรือเปล่า
แต่ครอสก็มองตอบพ่อของผมด้วยสายตาที่แน่วแน่และมั่นคง
“เอาละ...สอบผ่าน...เรียกว่าพ่อได้”
“เรียกแม่ได้เหมือนกันจ้า”
ผมยิ้มออกแล้วบอกให้ครอสยื่นพวงมาลัยให้พ่อส่วนผมยื่นให้แม่
จากนั้นเสียงหัวเราะเสียงพูดคุยอย่างมีความสุขก็ลอยตามอากาศมาทำให้คนรับใช้ในบ้านที่พลอยได้ยินยิ้มตามไปด้วย
“ครอส เดี๋ยวตามฉันมาหลังบ้านนะ”ซันกระซิบบอกว่าที่น้องเขยในจังหวะที่น้องชายของตนเข้าไปคุยกับพ่อในห้องทำงาน
อันที่จริง วินกับพ่อก็ไม่ต้องคุยอะไรกันอีกก็ด้วยเพราะไหนๆเรื่องก็จบลงด้วยดี
แต่เขาก็อยากจะรับน้องเขยคนนี้เสียหน่อยเลยขอให้พ่อช่วยดึงตัวน้องชายคนดีไปเสียหน่อย
ครอสเดินตามซันพี่ชายของวินออกมาอย่างเสียวสันหลัง
ความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองต้องโดนอะไรแน่แต่ก็เดินไปอย่างเต็มใจเพราะทำน้องชายของสองคนนี้เสียใจมาก็มาก
ถึงเวลาที่ต้องชดใช้ความผิดเสียที
เมื่อถึงสวนหลังบ้านซันก็หันหลังกลับมาแล้วต่อยเข้าที่ท้องของครอสจนตัวงอและทรุดลงพื้นเพราะไม่ได้ตั้งตัวจึงไม่ได้เกร็งหน้าท้องไว้แถมหมัดที่ได้รับน้ำหนักและความแรงก็เยอะมากเหมือนจงใจใส่มาไม่ยั้ง
“นี่คือสิ่งที่นายทำให้น้องของฉันต้องเสียใจ
ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่จริงฉันก็อยากทำมากกว่านี้แต่กลัววินจะรู้
เพราะฉะนั้นตอนกลับเข้ามาในบ้านอย่าสำออยละ”ซันพูดแล้วก็ยืนมองครอสที่นั่งทรุดอยู่
นี่เป็นอีกตัวตนหนึ่งที่วินไม่เคยรู้และแน่นอนซันก็ไม่คิดจะบอก
“ที่ผ่านมาที่ฉันไม่ทำอะไรนายเพราะวินหรอกนะ
แต่ตอนนี้ฐานะนายเปลี่ยนไป ถ้า
วินต้องเสียใจเพราะนายอีกครั้งเดียว จะไม่มีคำว่าปราณี”ซันพูดเสียงเหี้ยมประหนึ่งซาตานที่กำลังตัดสินคดีของความตายแล้วก็เดินจากไปโดยทิ้งครอสไว้ที่เดิม
“ยินดีต้อนรับคุณน้องเขย”
“เจ็บรึเปล่า”พอซันเดินจากไปเสียงหนึ่งก็เข้ามาประหนึ่งนัดหมายไว้แล้ว
มูนเดินมาจับไหล่ครอสไว้
“ถึงฉันจะไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดเท่าซัน
แต่ขอให้รู้ไว้ว่าอย่ามารังแกน้องชายสุดที่รักของพวกเราอีก”มูนกดไหล่ของครอสไว้ด้วยแรงที่มีจนครอสต้องกดฟันที่จะไม่ร้องออกมา
“ดูแลวินให้ดี”
เมื่อมูนเดินไปครอสถึงกับต้องถอนหายใจหนักๆกับความรักของพี่ชายบ้านนี้
ก่อนจะดึงชายแขนเสื้อให้ล่นลงเพื่อดูซึ่งปรากฏว่าเป็นรอยแดงรูปมือเลยทีเดียว
ส่วนตรงหน้าท้องก็ช้ำมาก
จากนั้นก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าบ้านอย่างอดบ่นไม่ได้
“แรงควายกันจริงๆ”
“เอาวะ...เพื่อเมียเจ็บแค่นี้ก็ยอม”