ผมเดินเข้าไปในบ้านอย่างเก้กังกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก
วันนี้ผมยังไม่ว่างอ่านเมลล์ครอสเลย เมื่อเดินเข้าบ้าน
กลับกลายเป็นว่าทุกคนนั่งรออยู่ในห้องรับแขกด้วยบรรยากาศอึม ครึม
ผมยิ่งลังเลว่าจะเข้าไปหรือเดินเข้าห้องนอนเลยดี แต่พอคิดว่าจะย้ายพรุ่งนี้
โอกาสแบบนี้คงหาได้ยาก ผมเลยเดินเข้าไปหาทุกคน
“ทำอะไรกันอยู่หรอฮะ”ผมพยายามพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“รอเรานะแหละ”พี่มูนบอกแล้วกวักผมเข้าไปนั่ง
“วันนี้ไปไหนมาจ๊ะ เหนื่อยเชียว”แม่พูด ใบหน้าและสายตาบ่งบอกว่าเป็นห่วงผมเต็มที่
“เอ่อ...ไปหาหอมานะฮะ”ผมพูด
“จะไปจริงหรอลูก”แม่ถาม
ผมมองหน้าทุกคน พี่ซันทำหน้าเฉยๆเพราะรู้ว่าผมเอาตัวรอดได้
แต่แม่กับพี่มูนกังวล ส่วนพ่อใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
“ครับ พรุ่งนี้ผมจะไป
ดาร์ฟกับมายด์ก็มาช่วยในวันพรุ่งนี้ด้วย”ผมพูดปรับน้ำเสียงมาเป็นจริงจัง
ถ้าผม ครับ เมื่อไหร่ แสดงว่าเรื่องซีเรียส
“ตัดสินใจดีแล้วนี่”นานทีกว่าพ่อจะพูด ผมพยักหน้า
“ครับ”
“หึ งั้นก็ขออยู่ให้ได้แล้วกัน”พ่อพูด ผมยิ้มรับ จากนั้นก็เข้าไปกอดทุกคน บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง
ผมดูแลตัวเองได้
เมื่อเข้ามาในห้อง ผมก็เก็บประเป๋า เอาเสื้อผ้าลำลองไปแค่
2-3 ชุด เน้นชุดนักศึกษา นอกนั้น เป็นของของครอสที่เคยให้ผมมาทั้งนั้น
“แม่เข้าไปได้ไหมจ๊ะ”แม่ถามเมื่อมายืนอยู่หน้าห้อง ผมก็เดินไปเปิด
“เอาเงินไหมวิน ลูกจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเงิน”แม่ผมถาม ผมส่ายหน้าทันที
“วินมีฮะแม่ไม่ต้องห่วง”ผมบอก แต่ไม่ยอมบอกว่าเงินนั้นมาจากไหน
“แล้วลูกจะอยู่ยังไง
ลูกไม่เคยอยู่คนเดียว”แม่พูดดูกังวลไปซะหมด
อยากจะบอกว่าชาตินี้ไม่เคย แต่ชาติก่อนเคยฮะแม่ แต่แม่คงขำไม่ออก
“วินโตแล้ว วินอยู่ได้ฮะแม่”ผมพูดย้ำๆซ้ำๆให้แม่สบายใจ
“ถ้าวินพิสูจน์ให้พ่อเห็นได้
วินจะกลับมา วินสัญญา”ผมบอก นานแล้วที่ไม่สัญญากับใคร
เพราะถ้าทำไม่ได้ อีกฝ่ายจะเจ็บกับคำพูดของเรา
“แม่จะเชื่อ แต่มีอะไร
รีบโทรหาแม่นะ”แม่ผมบอก ผมหยักหน้ากอดอีกฝ่ายเบาๆ
เมื่อแม่จากไปผมนั่งทรุดลงกับพื้น
ที่ทำแข็งแกร่งไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึก ที่เห็นว่ายิ้มไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ
แม้กายจะปกติแต่ใจก็เจ็บ เวลาที่ผ่านมาไม่ใช่จะไม่ผูกพัน สายใยแห่งความรักของพ่อแม่นั้นหนาแน่นล้อมรัดตัวไว้
และคงจะห่อหุ้มแบบนั้นจนกว่าเราจะตาย
“ครอส ฉันอยากเจอนายจัง”
ผมดูเมลล์ ครอสบอกว่าดีใจ เบลล์อาการดีขึ้น
เธอเริ่มรู้สึกเหมือนคนปกติ ไม่งอแง ไม่ต่อต้าน เหมือนพยายามเข้าใจอะไรมากขึ้น
ผมยิ้ม อย่างน้อยเธอก็รับฟังผม อย่างน้อยเธอก็พยายามจะก้าวเดิน
แม้ตอนนี้เธอยังต้องใช้ครอสในการช่วยพยุง
ผมเชื่อว่าต่อไปเธอจะสามารถก้าวเดินไปด้วยเท้าที่มั่นคงของเธอเอง
ผมตอบครอสว่ายินดีด้วย
และผมบอกครอสไปว่าผมกำลังจะไปอยู่หอ ผมบอกว่าเพื่อให้เดินทางไปมหาวิทยาลัยได้สะดวก
แต่ไม่ได้บอกถึงเหตุผลที่แท้จริง จนกว่าเราจะได้เจอกันตรงๆ
เพราะผมไม่อยากให้ครอสโทษตัวเอง
ตอนเช้า
ผมออกมาจากห้องพร้อมกระเป๋าสองใบ
มันเยอะกว่าที่คิดไว้มาก ส่วนเงินและบัตรต่างๆ ทางการเงินผมวางทิ้งไว้ที่ห้อง
ดาร์ฟและมายด์มาแล้วซึ่งกำลังคุยกับพี่ซันอยู่ สงสัยจะโดนล้วงข้อมูลเรื่องที่อยู่ของผม
เมื่อผมลงบันไดมาก็มีทุกคนคอยรอรับ
“ไปก่อนนะครับ”ผมพูดแล้วเข้าไปกอดแม่เป็นคนแรก
“มีอะไรก็โทรหาแม่นะ
โทรมาทุกวันได้ก็ยิ่งดี”แม่กอดปลอบผมและพูดเสียงสั่นเหมือนพยายามจะกลั้นไห้
จากนั้นก็เข้าไปกอดพี่มูน
พี่มูนกอดตอบจนแทบจะรัดร่าง
“พี่ยังอยู่นะ”
แค่คำสั้นๆก็ทำให้ผมยิ้มได้
เป็นคำสั้นๆที่กินความหมายมาก หมายถึงเขาจะอยู่เคียงข้างผม
และถ้าผมมีอะไรผมสามารถไปหาหรือขอความช่วยเหลือหรืออะไรต่างๆได้
เพราะเขาจะอยู่ข้างๆไปห่างไปไหน
รายต่อมาคือพี่ซันที่มีสีหน้าดูดีสุด
คาดว่าน่าจะล้วงข้อมูลมาสำเร็จเสียด้วยสิ ก็อย่างว่านักธุรกิจกับนักศึกษา
วาจาคารมมันต่างกัน และดูจากรูปการน่าจะหลุดจากมายด์
“พี่รู้ว่าวินจะอยู่ได้”พูดจบมือใหญ่ก็ยื่นมาขยี้หัวผม ก็แน่ละ
เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องทุกอย่างนี่นา
คนสุดท้ายคือพ่อ
แม้ว่าพ่อจะหน้านิ่งแต่ผมก็ยื่นมือเข้าไปกระชับกอดแน่นโดยตอนแรกพ่อนั้นก็ยังไม่ยอกตอบกลับ
แต่สุดท้ายพ่อก็ยกมือขึ้นมาโอบกอดผมอยู่ดี
“ผมไปแล้วนะฮะ”
ผมพูดเสียงเบา
แล้วถอยตัวออกมาสบสายตากับพ่อที่ฉายแววเป็นห่วงออกมาอย่างปิดไม่มิด
จากนั้นก็หันไปยิ้มกับทุกคนอีกครั้ง
ก่อนจะไปผมรอเพื่อหวังให้พ่อยอมพูดอะไรสักคำแจนแล้วจนรอดก็ยังไม่พูด
ผมจึงเปลี่ยนมาขนกระเป๋ามาที่รถดาร์ฟโดยทุกคนก็พากันยื่นมือมาช่วย
โดยที่พ่อยังยืนนิ่งอยู่
แต่พอเมื่อผมกำลังจะปิดประตูรถและจากไป
พ่อกลับเดินมาหาและเอื้อมมือคว้ามันไว้
“ดูแลตัวเองด้วย”
ผมยิ้ม
ยิ้มทั้งน้ำตาที่ตอนแรกกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา รู้ว่ามันไม่ใช่การจากลาแต่ก็เสียใจ
แต่ก็ยินดีที่พ่อยังคงเป็นห่วงและรักผมอยู่
“ขอบคุณมากฮะ”
ในรถบรรยากาศเงียบเชียบเหมือนดาร์ฟกับมายด์รู้ว่าผมยังไม่อยากจะพูดอะไร
อยากจะอยู่เงียบๆ ผมเสมองไปนอกกระจกเช็ดน้ำตา พานคิดถึงครอส
ขนาดผมยังเจ็บปวดใจขนาดนี้แล้วครอสที่มีเพียงแค่ผมจะเจ็บขนาดไหน
พ่อและแม่ที่ไม่รักและเลี้ยงลูกด้วยเงิน
เพื่อนที่มีแต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจถึงขนาดบอกเล่าได้ทุกอย่าง เมื่อครอสยอมทนผมก็ยอมทนเจ็บเช่นกัน
ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
ใหม่ไปรอพวกเราที่หอพักเลย
เมื่อไปถึงก็แค่จัดการขนของและช่วยกันจัดของนิดหน่อย ซึ่งใหม่มองว่าควรจะหาซื้อของเพิ่มเติมด้วย
อย่างเช่นของใช้ทั่วไป โดยใหม่ก็พาพวกเราไปกินข้าวและหาดูของเพิ่มเติม
โดยมายด์และดาร์ฟก็ไม่ปริปากบ่นว่าเหนื่อย ซึ่งผมซึ้งใจในน้ำใจของทั้งสองมาก
จนตอนเย็นถึงจะเข้าที่เข้าทาง
โดยใหม่จะมานอนกับผมด้วยคืนนี้ แม้จะแปลกๆที่เราจะนอนด้วยกัน
แต่ผมก็ยินดีที่คืนนี้ผมไม่ได้นอนคนเดียวในวันที่จิตใจยังไม่คงที่
“มีอะไรก็โทรหาได้ตลอดนะ”ดาร์ฟบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกลาเพื่อกลับบ้าน
โดยมายด์ที่ยืนอยู่ข้างๆก๋ดึงผมเข้ามากอด
“ใช่บอกมาเลยจะบึ่งมาช่วย”
“ขับรถเป็นหรอ”ดาร์ฟแซวมายด์ จนอีกฝ่ายค้อนใส่ให้
“ขอบคุณมากนะ”ผมยิ้มอย่างจริงใจที่มีเพื่อนที่ดีขนาดนี้
เมื่อผมกลับเข้าห้องผมก็รู้สึกขัดเขินเล็กๆที่อยู่กับพี่สาวสองต่อสอง
ก็มันนานแล้วนี่นา ใหม่มองผมก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้
“คุยกับแม่หน่อยสิ”ผมรับโทรศัพท์มือสั่นๆ
“ราณหรอลูก
แม่รู้เรื่องคร่าวๆแล้วนะ”
“ครับ”
“แม่ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากว่า
แม่รักลูก ถ้าเหนื่อยถ้าอยากพักก็กลับมาบ้านเรานะลูก ที่นี่ต้อนรับลูกเสมอ”
“ฮะแม่
ถ้ามีเวลาราณจะกลับไป”ผมกลั้นสะอื้น
แม่ไม่ถามอะไรเลยแต่ให้กำลังผมได้เป็นอย่างดี
“แล้วพ่อก็ฝากบอกมาว่า
รักลูกเหมือนกัน รายนั้นนะปากแข็งแต่ไม่ยอมน้อยน่าแม่”
“ผมก็รักพ่อกับแม่”ผมพูดเสียงสั่นเพราะกลั้นสะอื้นแทบไม่ไหว
เพราะอารมณ์หน่วงที่ได้รับมาหลายวันทำให้ช่วงนี้ผมร้องไห้ง่ายเป็นพิเศษ
อย่างกับเด็กๆ
“แม่เชื่อว่าราณจะผ่านมันไปได้
แล้วจบเรื่องก็เอาลูกเขยมาให้แม่ดูตัวอีกทีด้วยนะ”แม่กำชับจนผมยิ้มออกและหัวเราะออกมาเบาๆ
คืนนี้ผมคงหลับลงอย่างสบายใจ
“สบายใจแล้วใช่ไหม”ใหม่ถามผมเมื่อผมวางสายไปแล้ว
“อืม”
“อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียวแล้วกัน
พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่หรือไง ไปเก็บกระเป๋า อาบน้ำแล้วก็นอนซะ แค่นี้ตาก็บวมแล้ว”เธอสั่งยาวแค่ผมก็ไม่ขัดขืนยังไงใหม่ก็เหมือนแม่คนที่สามของผมในตอนนี้
ก่อนจะนอนผมตอบเมลล์กลับมาครอสว่าผมอยากเจอในวันพรุ่งนี้
โดยนัดแนะเวลาและสถานที่เดิมไปให้ ซอกหลืบที่ผมเคยเสียตัวนั่นแหละ
“มาแล้วครับ เมีย”ผมที่ยืนพิงกำแพงอยู่หันควับไปทันที ครอสเรียกแบบนี้อีกแล้ว มันทำให้ผมทั้งเขินทั้งอาย
“ครอส เอาอีกแล้วนะ”ผมต่อว่า วันนี้ครอสดูดีขึ้นจากวันนั้นสีหน้าแจ่มใสไม่อิดโรย ไม่ทุกข์
บ่าแกร่งกลับมายืนยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
จนผมยิ้มกว้างไม่เสียใจที่เลือกเส้นทางนี้ เพื่อคนคนนี้
“ยิ้มน่ารักแบบนี้
เดี๋ยวอดใจไม่ไหวหรอก”ครอสเดินมากระซิบที่ข้างหู
อีกข้างหนึ่งเท้าไว้ที่กำแพงเหมือนกักกันผมไว้
“ก็ดีใจที่ได้เห็น
แล้วครอสก็ดูดีขึ้น”ผมยกแขนข้าหนึ่งโอบรอบคออีกฝ่ายไว้ส่วนอีกข้างก็ไล้ไปตรงใต้ตาอีกฝ่ายที่ไม่คล้ำหมองแล้ว
“ก็รู้สึกเหมือนช่วงนี้อะไรๆก็เข้าที่เข้าทางขึ้นนะ”ครอสยิ้มแล้วหอมแก้มผมฟอดใหญ่ จากนั้นก็ไต่ลงมาที่ซอกคอขาวกรุ่น
“เดี๋ยว อย่าเพิ่ง”ผมดันครอสไว้ให้หยุด สบตานัยน์ตาสีดำขลับของอีกฝ่าย
“วินมีอะไรจะบอก”
ผมเล่าเรื่องที่ผมออกมาอยู่หอ
เล่าว่าเกิดจากอะไร มองหน้าครอสที่ฉายแววเสียใจออกมา ก่อนที่ผมจะส่ายหน้าแล้วเล่าต่อว่าผมไม่ได้ลำบากอะไร
ผมยินดีที่จะทำ อ้อ แต่ผมปิดเรื่องโดนตัดเงินนะ
ไม่อยากให้สงสัยว่าผมเอาเงินจากไหนมาใช้
แค่บอกว่าโดนออกมาให้ลองใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
“แค่อยู่หอคนเดียว
ก็เหมือนครอสตอนอยู่คอนโดคนเดียวไง ไม่ลำบากอะไร”ผมยังยืนยันคำเดิม
แล้วขยับตัวไปกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายที่ยังนิ่งค้างอยู่
“แบบนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันสองคนได้บ่อยๆไงไม่ดีหรอ”
ถ้าครอสมาได้นะ...
ผมละไว้ในใจ แต่ดูเหมือนคำพูดของผมจะทำให้ครอสหายเสียใจแล้วเปลี่ยนเป็นตาประกายระรื่นทันที
“วินทำแบบนี้แล้วครอสจะไปไหนรอด”ครอสพูดเสียงอ่อย
“ก็ดีนะ
ไว้ครอสจะหาโอกาสแวะไปหา”
“ว่าแต่ห้องเก็บเสียงรึเปล่า”
“ครอสบ้า” ผมเข้าใจนะว่าเขาจะสื่อถึงอะไร
อย่างนี้น่าจะให้มาไหมเนี่ย แต่ก็บอกที่อยู่ไปแล้วด้วยสิ
ส่วนครอสก็เล่าเรื่องของทางตัวเองบ้าง อย่างที่รู้กัน เบลล์ดีขึ้น หมอบอกว่าถ้าเบลล์เป็นแบบนี้ต่อไปไม่เกินเดือนหน้าสภาพจิตใจก็คงจะดีขึ้นเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
ส่วนเรื่องครอบครัวของเบลล์ก็อย่างที่ครอสเคยบอกว่าถ้าเบลล์ไม่ให้เอาเรื่อง
พวกเขาก็จะไม่ทำ พ่อแม่ของเบลล์ดูรักเบลล์มากจริงๆ
ซึ่งแน่นอนว่าเบลล์จะไม่เอาเรื่องครอสเพราะเธอนั้นก็ยังรักครอสอยู่เช่นกัน
ส่วนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็คือครอบครัวของผมกับครอส
แต่ผมก็คิดว่าเวลาจะเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ทุกอย่าง
“จูบนะ”ครอสขอผมทั้งที่ริมฝีปากของเขาก็มาคลอเคลียใกล้จนแทบจะแนบชิดอยู่แล้ว
“ได้ แต่ไม่ทำนะ”
ครอสไม่ตอบแต่รั้งท้ายทอยของผมให้ยกขึ้นแล้วก้มลงมาบดเบียดริมฝีปากของผมอย่างรุนแรง
ลิ้นร้อนกวาดชิมน้ำหวานไปทั่วโพรงปากจากนั้นก็หันมาเล่นกับลิ้นเล็กของผมแทน
หยอกล้อพัวพันอย่างดูดดื่ม
“อืม...”ผมครางออกมาในลำคอ มันเป็นจูบที่หวานและร้อนจนอารมณ์ในร่างพากันจุดประทุ
ผมยกมือสองข้างโอบรอบคอของครอสเพื่อให้เราใกล้ชิดกันกว่าเดิม
และตอบรับสัมผัสของอีกฝ่ายอย่างโหยหา ช่วงวันที่ผ่านมาผมต้องการครอส
และตอนนี้ผมก็ได้เจอครอสแล้ว
การตอบรับของผมดูเหมือนทำให้ครอสติดใจจนยิ่งบดเบียดรุกเร้าเข้ามาจนผมต้องทุบหลังอีกฝ่ายเพราะหายใจไม่ทันแล้ว
เกือบตายคาอ้อมอกแล้วเชียว
“วินตื่นนะ”ครอสกระซิบที่ข้างหูและถือโอกาสขบเม้มตรงใบหูซึ่งพาให้ผมตื่นกว่าเดิม
“ครอสช่วยนะ”
“ไม่เอา เดี๋ยวก็ดีขึ้น”ผมบอกเมื่อครอสก้มตัวลงไปแล้วจัดการถอดเข็มขัดของผมออก
แต่ไม่ทันการสองมือใหญ่นั้นดึงชายเสื้อของผมออกแล้วจัดการรูดซิปกางเกงของผมซะแล้ว
ครอสมองหน้าผมแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
ดูเหมือนพออะไรๆดีขึ้นนิสัยเดิมของครอสก็เริ่มกลับมา
ครอสไม่ได้ดึงรั้งชั้นในของผมลงแต่กลับโอบเอวผมให้เด้งมาข้างหน้าแล้วจัดการซุกหน้าไปตรงชั้นในขบเม้มส่วนอ่อนไหวของผมโดยที่ยังมีชั้นในกั้นขวางจนเปียกชื้น
แถมยังกัดลงมาเบาๆพาผมสะดุ้ง
“อืม อะ”ผมครางออกมา
ตอนนี้ครอสรั้งชั้นในของผมลงแล้วแล้วจัดการเอาส่วนอ่อนไหวที่บวมเป่งเพราะความต้องการเข้าไปในโพรงปากอุ่นของเขา
ผมถึงกับร้องครางผวาด้วยความรู้สึกดี ครอสทำดีเกินไปทำให้ผมอดครางออกมาไม่ได้
ยิ่งเข้าครอบครองและดูดดุนผมยิ่งเสียวซ่านจนอดที่ต้องก้มตัวลงไปจิกบ่าหนาของเขา
แกรบ แกรบ
เสียงของคนเหยียบใบไม้พาเอาผมสะดุ้งรีบทุบครอสให้ปล่อย
แต่ครอสยิ่งสะบัดลิ้นระรัวตรงส่วนหัวและไล้เลียไปตามแกนยาวจนผมต้องเปลี่ยนมาเป็นยกมือปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงหวาน
“อื้อ อืม”แต่ถึงแม้จะพยายามปิดแต่เพราะความเสียวที่เกิดทำให้เสียงครวญครางยังหลุดออกเป็นระยะ
“แถวนี้โคตรเปลี่ยวมาทำไมวะ”
“ก็มาทำรักกับมึงมั้ง”
“ไอ้บ้า”
สองเสียงที่ดังมาไกลๆทำเอาผมตื่นเต้นจนน้ำตาซึมและปลดปล่อยออกมาได้ในที่สุดด้วยความกลัวที่แสนระทึกแถมครอสก็กลืนน้ำขาวขุ่นที่พ่นออกมาอย่างห้ามไม่ทัน
ซึ่งครอสก็ได้แต่ยิ้มๆผมที่กำลังจะผลักครอสออกไปเพื่อแต่งตัวกลับโดนครอสกลับใช้จังหวะนี้พลิกตัวให้ผมหันหน้าเข้ากำแพง
จากนั้นก็ดึงรั้งกางเกงของผมให้มากองที่หัวเข่าแล้วบีบแก้มก้นนิ่ม
ครอสที่ตอนแรกนั่งยองๆนั้นก็เปลี่ยนท่าเป็นนั่งชันเข่าข้างหนึ่งผมที่ถูกจับหันหน้าเข้ากำแพงนั้นได้แต่ปิดปากตัวเองแน่นเพราะรู้สึกดีว่าช่องทางข้างหลังนั้นกำลังถูกลิ้นของครอสเล้าโลมอยู่
“ของที่ทำตก
เจอรึยังเนี่ย”
“ก็หาอยู่ด้วยกัน
ถ้ากรูเจอมึงก็เห็นแล้วสิวะ”
สองเสียงที่ยังเถียงกันทำเอาผมที่อยู่ในซอกหลืบถึงกับตัวสั่น
ถึงตื่นเต้นที่กลัวใครจะมาเห็นและรู้สึกดีเพราะการกระทำของครอส
ยิ่งตอนที่รู้สึกว่าครอสสอดลิ้นเข้ามาใจแทบกระตุกมันทั้งเสียวซ่านและรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตจนผมอดยกสะโพกขึ้นโด่งสอดส่ายไปกับลิ้นของครอสไม่ได้
อยากจะต่อว่า อยากจะบอกให้หยุด แต่ตอนนี้แค่จะห้ามการกระทำของตัวเองยังทำไม่ได้เลย
“อื้อ อะ”ผมรู้สึกถึงความร้อนที่มีอยู่ในตัวรู้สึกถึงความอยากจนแทบปวดร้าวจึงทำได้เพียงเอามือข้างหนึ่งทาบกับกำแพงเพื่อที่ตัวเองยังคงยืนหยัดได้
ส่วนอีกข้างยังใช้ปิดปากเพื่อกลั้นเสียงของตัวเอง
“อ๊ะ อ๊า”ผมหลุดเสียงดังออกมาเมื่อครอสเอาแก่นกายใหญ่ของเขาเข้ามาในตัวของผม
ความรู้สึกที่เหมือนได้รับการเติมเต็มทำเอาผมถึงกับขมิบเกร็งจนอีกฝ่ายซี๊ดปากออกมา
“ครอสอย่าเสียงดัง”ผมกระซิบพูด ตอนนี้ครอสเริ่มขยับกายอย่างช้าๆไม่เร่งเร้าเพื่อให้ผมได้ปรับตัวก่อน
ถึงแม้ครั้งนี้จะไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ก็ตาม
“เมื่อกี้ได้ยินเสียงไรปะวะ”คนที่ยังอยู่ข้างนอกคุยกันแต่ทำเอาผมใจเต้นโครมคราม ถ้าเขาเดินมาดูละ
ผมเสียชื่อแน่
“ไม่ต้องสนใจน่า
อีกอย่างแถวนี้ก็เปลี่ยวได้ยินอะไรก็อย่าทัก”
“เออๆ”
คนที่พูดแก้ให้
ผมไม่รู้ว่าเค้ารู้รึเปล่าหรือพูดไปอย่างนั้นแต่ก็ทำให้ผมเบาใจว่าเขาจะไม่เดินเข้ามาดู
“อย่าขมิบนักซิ”ครอสเลียที่ข้างหูของผม
สองมือร้อนก็สอดผ่านเข้ามาในตัวเสื้อเพื่อหยอกล้อกับยอดอกเล็กกระตุกบี้อย่างเมามัน
โดยที่ด้านล่างก็เริ่มสอดใส่อย่างรัวเร็ว
“อื้ม อะ อา”ผมร้องครวญครางลำคออย่างแผ่วเบาพยายามอย่างถึงที่สุดที่สะกดกลั้นเสียงหวาน
แต่ดูเหมือนคนข้างหลังจะไม่เห็นความพยายามจึงได้แต่สอดใส่อย่างแรงและกระหน่ำตรงบริเวณที่เป็นจุดกระสัน
“อ่ะ เจอสร้อยแล้ว
นี่ไง”
“โอเค งั้นไปกันเถอะ”
สองฝีเท้าที่กำลังเดินจากไปทำให้ผมดีใจเพราะผมกำลังหมดความอดทนและพยายามอย่างยิ่ง
ครอสจับแขนทั้งสองข้างของผมให้ไขว้ไปข้างหลัง
ท่านี้ทำให้ผมต้องโน้มตัวไปข้างหน้าและทำให้สะโพกมนรั้งขึ้น
จากนั้นครอสก็กระหน่ำใส่ถี่ยิบจนผมกระตุกสั่นไปตามแรงที่ส่งมา
“อ้า อะ ครอส เบาๆ”
ผมร้องเสียงลั่นเมื่อตอนนี้ไม่น่าจะมีคนอยู่แล้วและผมก็ไม่มีมือมาช่วยปิดเสียงของตนเอง
“ก็วิน ซี๊ดด
รัดครอสแน่นนี่นา ตื่นเต้นใช่ไหมละ ตอนแรกครอสแทบจะแตกเพราะวินรัดแน่นเกินไป”ครอสซี๊ดปากส่งคำพูดน่าชวนตีปากมาให้ได้ยิน
พอครอสอารมณ์ดีขึ้นก็เหมือนจะมีอารมณ์มากลั่นแกล้งผม
“อาง...ครอส ไม่ไหว”ผมบอกเพราะกำลังจะปลดปล่อย
“ครอสก็จะไปเหมือนกัน”
น้ำสีขาวขุ่นพุ่งออกมาด้านหน้า
ส่วนหนึ่งก็ไหลไปตามง่ามขา
ครอสถอดของตัวเองออกมาแล้วดึงผมให้หันหน้ามาจูบปากเบาๆอีกครั้ง
“ตื่นเต้นดีนะ”ครอสยิ้มกว้างตาประกายสดใสระยิบระยับเต็มที่เหมือมีดาวล้านดวงอยู่ในนัยน์ตา
ผมตีครอสอย่างเข่นเขี้ยวเพราะครอสทำเกินไป ถ้าเกิดสองคนนั้นมาเห็นจะเกิดอะไรขึ้นมา
“วินจะไม่มาหาครอสแล้ว”ผมบอกอย่างงอนๆตอนนี้ครอสกำลังเช็ดตัวให้ผมโดยทิชชู่เปียกอย่างกับเตรียมการณ์มาอย่างดี
“โอ๋ อย่างงอนนะเมีย”
“ครอส”ผมเหวใส่
“เดี๋ยวนี้ทำไมเป็นแบบนี้”
“เป็นแบบไหน”ครอสหยักคิ้วถามอย่างกวนๆ
“ก็แบบนี้ไง กวนขึ้น
พูดจาน่าเกลียด นิสัยชอบกลั่นแกล้ง”ผมว่าเป็นชุดแต่ครอสยังยิ้มระรื่นอย่างระริกระรี้
“ครอสก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนาน
จำไม่ได้หรอ”
“ว้า อย่างนี้สงสัยต้องเตือนกันบ่อยๆ
เพราะหลังจากนี้ครอสจะเป็นแบบนี้ จะคอยกวนหัวใจวินไปตลอดดีไหม”
“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น