วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

S love ตอนที่ 8


ผมกลับมาที่หอแล้วครับ ยังไม่คุ้นชินเรื่องเส้นทางมากนักแต่ก็ไม่ยากอะไรกับการที่ต้องนั่งรถเมล์หรือนั่งรถตู้ วันนี้ใหม่ยังอยู่หอแล้วพรุ่งนี้ก็นั่งเครื่องกลับบ้านแล้ว พอผมเข้าห้องมาผมก็ประหลาดใจมากขึ้นที่ข้าวของเพิ่มมากขึ้น
            พอดีมีคนเป็นห่วง เลยส่งข้าวของมาให้เพิ่มใหม่บอกเมื่อเห็นสายตาระคนสงสัยของผม
            ใครอะผมถาม
            “หนุ่มหล่อชื่อ ซัน เสียดายเด็กไปหน่อยใหม่ว่าติดตลก
            ความรักไม่มีอายุเสียหน่อยผมว่าไป
            ก็ใช่ แต่ยังไงก็ไม่ใช่แนว
            “แหม ว่าจะยุเสียหน่อย
            “ยุไม่ขึ้นหรอกราณ อย่าเสียเวลาเลย พี่ไม่อยากจะมีใครเข้ามา พี่อยากดูแลพ่อกับแม่ให้ดีมากกว่า
            “ราณเหมือนเห็นแก่ตัว ที่ไม่ได้อยู่ดูแลผมพูดเสียงอ่อย
            แค่มีชีวิตอยู่ พ่อแม่เค้าก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว การไปงานศพคนที่เด็กกว่าเรานี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยมันเป็นอะไรที่เศร้ามาก ถ้ามีชีวิตอยู่และรู้ว่ายังรักกันก็พอ อีกอย่างพ่อแม่เราก็ยังแข็งแรงดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงน่า เอาเรื่องของตัวเองให้รอดแล้วส่งลูกเขยไปให้เค้าดูก็พอ

            “อือ ขอบใจมากนะผมยกยิ้มนิดๆกับคำพูดของใหม่ เธอเป็นพี่สาวที่ดีของผมเสมอ
            จะว่าไปผมก็ไม่ได้โทรหาแม่ของ วินมาหลายวันแล้วเพราะยุ่งๆหลายเรื่องทั้งที่บอกว่าจะโทรไปหาแท้ๆ
            วินลูก ในที่สุดก็ว่างโทรหาแม่สักที แม่จะโทรไปก็กลัวยุ่งอยู่แม่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
            ขอโทษด้วยครับ ผมยุ่งเรื่องจัดของก็เลย...
            “ไม่เป็นไร แม่เข้าใจ สบายดีไหม อยู่ได้ไหมแม่ถามด้วยความเป็นห่วง
            สบายดีฮะ วินอยู่ได้แม่ไม่ต้องเป็นห่วง
            “แล้วเรื่องเงินละลูก เอาไหนมาใช้แม่คงยังสงสัยเรื่องนี้ไม่หาย
            เอาเป็นว่าผมมีเงินเก็บจากการลงทุนส่วนตัวแล้วกันฮะแล้วที่บ้านละฮะเป็นยังไงกันบ้าง
            “ก็ไม่มีอะไรมาก แม่กำลังทำสงครามเย็นกับพ่ออยู่แม่หัวเราะติดตลกแต่ฟังจากน้ำเสียงคงจะทำจริงๆ
            โธ่แม่ฮะ อย่าทำเลย ผมไม่อยากจะรู้สึกผิดเพราะผมเป็นต้นเหตุ
ได้ แต่ขออีกสักสองสามวันนะให้พ่อเค้านั่งเฉาอยู่คนเดียวไม่มีคนยอมพูดด้วย ดื้อดีนักในเรื่องแบบนี้
ใจอ่อนไวๆนะฮะแม่ พ่อเค้าคงเหงาน่าดู ผมคิดถึงแม่นะครับ
แม่ก็คิดถึง อยากให้วินกลับมาอยู่บ้านเรา
แม่ก็แค่คิดว่าผมหนีไปเที่ยว เหมือนตอนที่ผมไปลำปางไง เดี๋ยวก็กลับ

เอางั้นก็ได้ แม่จะคิดว่าลูกหนีไปเที่ยวก็แล้วกัน
ฮะแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะฮะ สวัสดีฮะ
ใหม่มองหน้าผมหลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จ ยิ้มแล้วมานั่งยีหัวผมเล่นก่อนจะยื่นมือมาจับมือผมแล้วสบสายตาอย่างจริงจัง
พรุ่งนี้จะกลับแล้วนะ อยู่ได้ใช่ไหม
ได้ ราณอยู่ได้
ถ้ามีอะไรก็บอกนะ อย่าเก็บไว้คนเดียวผมรู้ที่ใหม่พูดก่อนเพราะพรุ่งนี้ผมมีเรียนไปส่งใหม่ที่สนามบินไม่ได้ เราคุยกันจนถึงดึกทั้งในเรื่องเก่าๆและเรื่องใหม่ๆที่ผมจะคิดทำต่อไป



ช่วงนี้ผมงดเจอครอสเพราะว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมเข็ดขยาดกับครอสคนปัจจุบัน กลัวว่าจะรับมือไม่ไหว ครอสก็เลยส่งเมลล์มาตัดพ้อต่อว่าและลงท้ายด้วยงอน บอกให้ผมไปง้อเขาด้วยแหละ แต่เรื่องอะไรผมจะไปเพราะมันเสี่ยงต่อการเสียตัวของผมนะสิ
วันนี้ผมไปเยี่ยมเบลล์ อยากไปดูอาการของเธออีกครั้งให้แน่ใจในสิ่งที่ครอสเล่าให้ฟังว่าเธอดีขึ้นแล้ว กระจกใสที่มองเห็นภายในแต่จากภายในไม่สามารถเห็นภายนอกได้นั้นกำลังฉายภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างหน้าต่าง เธอดูสงบขึ้นมาก ใบหน้าระเรื่อสีชมพูไม่ซีดขาวดูสุขภาพดีขึ้น
ผมเคาะประตูก่อนจะเดินเข้าไป เธอมองผมอย่างแปลกใจก่อนจะเชิญให้ผมนั่ง

เป็นยังไงบ้างผมถามออกไป สบสายตากับเธอที่ร่องรอยความโกรธแค้นดูลดน้อยถอยลงไปมาก
ก็สบายดี นั่งๆนอนๆเบลล์ตอบก่อนจะถามผมกลับ
วันนี้มาทำไม
มาเยี่ยมจากนั้นผมก็ยื่นขนมที่ผมซื้อให้เธอ ผมลอบหายใจที่เธอรับโดยไม่ปาทิ้งไปเสียก่อน
ขอบใจ
ตอนนี้เราเงียบกันครับ ผมอยากมาเยี่ยมแต่ครั้งนี้ผมไม่รู้ว่าจะมาพูดอะไรดี ไม่ได้มีเรื่องเล่าที่อยากจะพูด กลายเป็นว่าเบลล์เป็นฝ่ายชวนคุยแทน
กับครอสเป็นยังไงบ้าง
ไม่ค่อยได้เจอหรอก เพราะมีปัญหากับที่บ้าน
บ้านใครเบลล์ถามต่อเพราะผมพูดไม่เคลียร์
ทั้งบ้านวินและบ้านครอส พวกเค้าไม่ยอมรับนะผมพูดเสียงเรียบมองไปทางหน้าต่างบ้าง ผมไม่อยากให้เบลล์มารับรู้ปัญหา กลัวเธอเครียด ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของเธอโดยตรงแต่มันก็เกี่ยวกับครอสคนที่เธอรักอยู่ดี
นั่นสินะ แล้ววินทำยังไง
ก็ไม่ทำยังไง วินแค่พิสูจน์ให้พวกเค้าเห็นว่าวินเลือกแล้ว แม้ตอนนี้จะโดนตัดพ่อตัดลูกก็ตามไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดทุกอย่างกับเบลล์ เธอมองผมนิ่งๆ ก่อนจะยิ้ม ยิ้มอย่างอ่อนโยนและจริงใจอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

วินเข้มแข็ง ถ้าเบลล์เข้มแข็งได้เท่าวิน เบลล์คงไม่เป็นแบบนี้เธอถอนหายใจแล้วยื่นมือมาจับมือผม
            “ตอนนี้เบลล์พอจะมีสติคิดไตร่ตรองอะไรได้แล้ว เบลล์ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา เมื่อก่อนเพราะเบลล์คิดว่าตัวเองเจ็บอยู่คนเดียวจนมองไม่เห็นความจริงที่ว่าก็มีคนเจ็บไปกับเบลล์เหมือนกันโดยเฉพาะพ่อและแม่ของเบลล์ทั้งครอสและวินเองก็ด้วย ไม่มีใครมีความสุข
            “ที่จริงตอนครอสเริ่มเปลี่ยนไป เบลล์ก็รู้สึกได้แต่เบลล์ยังยึดยังรั้งไว้ในตอนที่ครอสเองยังไม่รู้ใจตัวเองจนพวกเรามีปัญหายืดเยื้อกันถึงตอนนี้ ถ้าตอนนั้นเบลล์ใจแข็งหน่อยแล้วเดินจากออกมาเบลล์คงมีความสุขมากกว่านี้
            “วินก็ขอโทษที่ทำให้เบลล์เจ็บ วินไม่รู้จริงๆว่าครอสมีเบลล์ ถ้ารู้ก็คงไม่เดินเข้ามาในชีวิตครอส
            “มันคงเป็นโชคชะตาละมั้งที่ให้ครอสเลือกเดินไปหาวินในวินที่วินฟื้นขึ้นมาและบอกว่าวินเป็นแฟน ทั้งที่กับเบลล์ครอสยังไม่เคยพูดเลยสักครั้ง
            “วิน ถ้าเบลล์ออกจากโรงพยาบาลแล้วเบลล์จะไปเรียนต่อเมืองนอกเธอบอกเสียงเรียบกระชับมือผมแน่น
            เพราะฉะนั้นฝากดูแลครอสแทนเบลล์ด้วยนะ
            “เบลล์เชื่อว่าวินจะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ เหมือนที่วินทำให้เบลล์คิดได้
            “ขอบใจมากเบลล์ ขอโทษที่ผ่านมาเหมือนกัน ขอบคุณมากจริงๆน้ำตาผมไหลออกมาไม่รู้ตัว ผมไม่ได้เศร้าเสียใจแต่อาจจะเป็นน้ำตาของความดีใจก็ได้เพราะอย่างน้อยผมก็ปลดบ่วงรัดตัวผมและครอสได้ ผมไม่เคยโทษเบลล์เพราะผมรู้ว่าเธอก็เจ็บ และผมก็ทำให้เธอเจ็บบัดนี้บ่วงของความรู้สึกผิดที่ผมมีกับเธอได้คลายพันธนาการออกไปแล้ว

            ขอให้เธอมีความสุขกับชีวิตใหม่นะเบลล์
            “เช่นกัน วิน



มาได้ยังไงครอสผมพูดออกไปเมื่อเห็นครอสมานั่งอยู่ที่ใต้หอด้วยท่าทางที่สบายๆใส่แว่นตาดำที่ส่งให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์จับใจ จนคนในหอต่างพากันเมียงมอง
คิดถึงเลยมาหาครอสทำท่าจะเดินมาโอบเอวผม ผมเลยเดินหนีไปที่ลิฟท์ก่อนที่จะตกเป็นข่าวให้ชาวบ้านแถวนี้ได้เมาท์กัน โดยครอสก็ยักไหล่แล้วเดินมาหาอย่างดูก็รู้ว่าอารมณ์ดี
ห้องน่ารักดีนะครอสพูดเมื่อเห็นห้องผม จากนั้นก็เดินสำรวจโดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งๆที่ในห้องก็ไม่มีอะไรให้น่าสนใจสักนิด
มีของที่ครอสเคยให้วินด้วย วินรักครอสมากเหมือนกันนะเนี่ยครอสยิ้มแล้วเดินมาหอมแก้มผมแล้วดึงผมไปนั่งตกของเขา
ทำไมถึงมาได้ คนที่บ้านไม่ห้ามแล้วหรอผมถามอย่างสงสัย ตีมือใหญ่ที่กำลังรุ่มร่ามมุดเข้ามาในเสื้อของผม เดี๋ยวนี้พอเห็นว่ายอมเลยเอาใหญ่เชียว
ก็นะ ได้คืนมาหมดแล้ว ทั้งรถ ทั้งคอนโด อ้อ มือถือด้วย
ทำไมเค้าถึงยอมละ
เพราะเป็นวินละมั้ง
อะไร ไม่เข้าใจเล่ามาดีๆ
ครอสเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเค้านะเห็นแต่ธุรกิจ แน่นอนว่าเค้าไม่ยอมรับเพราะมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง เงินทองของเค้า และตอนนั้นเค้าไม่รู้ว่าวินเป็นใครเลยกีดกันเต็มที่ แต่ทีนี้เรื่องมีอยู่ว่า เค้าไปเจรจาธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งและทำให้เค้าได้รู้ว่าวินเป็นใคร เค้าก็เลยเปลี่ยนใจ
อย่าบอกนะว่าพี่ซัน
เปล่ากับพ่อของวินต่างหาก พ่อของวินคุยกับพ่อของครอส แบบเปรยๆนะไม่ได้บอกตรงๆ แต่พ่อของครอสก็เข้าใจที่จะสื่อ ทีนี้พอพ่อของครอสเห็นประโยชน์เลยตะครุบเหยื่อที่พ่อของวินหยิบยื่นมาให้ เรียกว่าติดเบ็ดอย่างเต็มใจ
พ่อเนี่ยนะ แต่เดี๋ยวก่อน อย่างนี้ก็หมายความว่าพ่อของครอสยอมรับวินเพราะบ้านวินมีผลประโยชน์ให้อย่างนั้นหรอผมเหวใส่ครอส
ครอสรู้ว่ามันไม่น่าดีใจหรอก แต่เพราะเค้าเป็นแบบนั้นวิธีนี้จึงเร็วที่สุด ซึ่งครอสก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อของวินจะยอมช่วย แต่พ่อของวินก็ฉลาดนะ รู้ไหมว่าผลประโยชน์ที่เสียไปบริษัทวินจะได้คืนมาตอนไหน
ตอนไหนละ
ก็ตอนครอสขึ้นไปบริหารนะสิ ทุกอย่างต้องใช้คืน
ผมทำหน้าอึ้งๆดูครอสจะมองการณ์ไกลกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ ทั้งที่ยังเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นแท้ๆ
วินมีลูกให้ครอสไม่ได้ ทำไมเค้าถึงยอมละผมถามถึงประเด็นนี้สำหรับบ้านผมมีทั้งที่ซันกับพี่มูนที่จะสามารถสืบทอดทายาสให้ได้ แต่สำหรับครอสผมจำได้ว่ามีครอสเป็นลูกเพียงคนเดียว

นั่นสิ ครอสลืมบอกวินไป แม่ครอสท้องนะ ทั้งที่อายุเยอะแล้วแท้ๆ ไม่รู้ว่าเพราะครอสเป็นแบบนี้เค้าถึงมาเกิดหรือเปล่า แต่ไปตรวจแล้วว่าเป็นเด็กผู้ชาย พ่อก็เลยยอม เหมือนปาฏิหาริย์เลยใช่ไหม
ก็ต่อไปนี้ครอสก็ต้องไปเรียนรู้งานจากเค้าแล้วขึ้นแท่นไปเป็นผู้บริหารจนกว่าน้องคนนี้จะมารับช่วงต่อได้ แฮปปี้ไหม
บทจะง่ายก็ง่ายเนอะผมพูดเปรยๆ
ผิดแล้วเพราะวินทำให้คนอื่นยอมรับได้ต่างหาก ทุกอย่างจึงผ่านไปได้
ครอสวินอยากกลับบ้าน อยากกลับไปกราบพ่อผมเขย่าแขนครอส อยากกลับไปขอบคุณเค้าที่ยอมช่วยเหลือยอมเห็นใจ ทั้งๆที่ตอนแรกพ่อบอกว่าจะไม่ยอมรับ อยากให้พิสูจน์แต่กลับกลายเป็นว่าสุดท้ายพ่อก็ทำให้ผมมีความสุข
ไปสิ ครอสก็อยากไปกราบขอบคุณท่านเหมือนกัน



ครอสขับรถพาผมมาที่บ้าน เหมือนจะรู้พอผมเข้ามาที่บ้านทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาไม่มีวี่แววความเครียดหรือเศร้าเสียใจเหมือนครั้งก่อน ดูๆไปผมก็ออกมาจากบ้านได้เพียงสามสัปดาห์เท่านั้นเอง ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไป
ผมเดินเข้าไปหาพ่อคนที่นั่งหน้านิ่งตรงโซฟาตัวใหญ่ตรงกลาง ทุกคนต่างมองผมอย่างลุ้นๆจากนั้นผมก็นั่งลงข้างๆแล้วกอดเอวพ่อยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อเบาๆ

ขอบคุณฮะพ่อที่ทำเพื่อผม
ทำอะไร ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยคนเป็นพ่อก็ยังปากแข็งแต่ผมเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นยิ้มที่ผมเข้ามาอ้อน
พ่อไปคุยกับพ่อของครอสใช่ไหมละฮะ อย่าโกหกนะผมพูดแล้วเปลี่ยนมากอดแขนพ่อแทน แม่ที่เดินมานั่งข้างๆพ่อก็ตีไหล่พ่อจนเสียงดัง
อย่าเก็กให้มาก ดีใจที่ลูกมาก็บอก นานๆทีวินถึงจะอ้อน ยิ้มๆไปเถอะไม่ต้องกลั้นไว้หรอกคุณแม่แซวพ่อแล้วกวักผมให้เข้าไปหาแล้วกอดผมแนบอกลูบหัวผมเบาๆเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ
ครอสมานี่สิผมกวักมือเรียกครอสที่ยืนอยู่เหมือนไม่รู้จะเอาตัวเองไปทิ้งไว้ไหน ครอสเดินมาหาพร้อมพวงมาลัยเหมือนกับที่ผมเคยถือมาไหว้วันนั้น จากนั้นผมก็ลงไปนั่งกับพื้นเคียงคู่กับครอสและกราบเท้าของพ่อและแม่
วินกับครอสมาขอขมาที่ทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจและมาขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราผมพูดก่อน
ผมมากราบขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆ ทำให้วินต้องเจ็บและทำให้ทุกคนที่นี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย ขอโทษครับครอสก้มลงไปกราบที่พื้นอีกครั้ง ผมมองไปที่พี่ซันและพี่มูนที่นั่งกันอยู่คนละฝากของโซฟารู้สึกสายตาของคนทั้งคู่กำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นแหละ
พอแล้ว ไม่ต้องกราบแล้วละพ่อดันหัวครอสให้เงยขึ้นแล้วลูบหัวเบาๆเหมือนเอ็นดู
ที่ลุงทำก็เพราะอยากให้วินมีความสุขเพราะฉะนั้นช่วยรับปากมาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้ลูกชายของลุงต้องเสียใจอีก

ครับ ผมสัญญาด้วยทุกสิ่งที่ผมมี
ดี จงจำไว้ถ้าผิดสัญญา คงไม่ต้องบอกว่าจะเป็นยังไงนะพ่อผมขู่ ผมเหลือบมองครอสว่าจะกลัวตามคำขู่หรือเปล่า แต่ครอสก็มองตอบพ่อของผมด้วยสายตาที่แน่วแน่และมั่นคง
เอาละ...สอบผ่าน...เรียกว่าพ่อได้
เรียกแม่ได้เหมือนกันจ้า
ผมยิ้มออกแล้วบอกให้ครอสยื่นพวงมาลัยให้พ่อส่วนผมยื่นให้แม่ จากนั้นเสียงหัวเราะเสียงพูดคุยอย่างมีความสุขก็ลอยตามอากาศมาทำให้คนรับใช้ในบ้านที่พลอยได้ยินยิ้มตามไปด้วย



ครอส เดี๋ยวตามฉันมาหลังบ้านนะซันกระซิบบอกว่าที่น้องเขยในจังหวะที่น้องชายของตนเข้าไปคุยกับพ่อในห้องทำงาน อันที่จริง วินกับพ่อก็ไม่ต้องคุยอะไรกันอีกก็ด้วยเพราะไหนๆเรื่องก็จบลงด้วยดี แต่เขาก็อยากจะรับน้องเขยคนนี้เสียหน่อยเลยขอให้พ่อช่วยดึงตัวน้องชายคนดีไปเสียหน่อย
ครอสเดินตามซันพี่ชายของวินออกมาอย่างเสียวสันหลัง ความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองต้องโดนอะไรแน่แต่ก็เดินไปอย่างเต็มใจเพราะทำน้องชายของสองคนนี้เสียใจมาก็มาก ถึงเวลาที่ต้องชดใช้ความผิดเสียที

เมื่อถึงสวนหลังบ้านซันก็หันหลังกลับมาแล้วต่อยเข้าที่ท้องของครอสจนตัวงอและทรุดลงพื้นเพราะไม่ได้ตั้งตัวจึงไม่ได้เกร็งหน้าท้องไว้แถมหมัดที่ได้รับน้ำหนักและความแรงก็เยอะมากเหมือนจงใจใส่มาไม่ยั้ง
นี่คือสิ่งที่นายทำให้น้องของฉันต้องเสียใจ ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่จริงฉันก็อยากทำมากกว่านี้แต่กลัววินจะรู้ เพราะฉะนั้นตอนกลับเข้ามาในบ้านอย่าสำออยละซันพูดแล้วก็ยืนมองครอสที่นั่งทรุดอยู่ นี่เป็นอีกตัวตนหนึ่งที่วินไม่เคยรู้และแน่นอนซันก็ไม่คิดจะบอก
ที่ผ่านมาที่ฉันไม่ทำอะไรนายเพราะวินหรอกนะ แต่ตอนนี้ฐานะนายเปลี่ยนไป ถ้า       วินต้องเสียใจเพราะนายอีกครั้งเดียว จะไม่มีคำว่าปราณีซันพูดเสียงเหี้ยมประหนึ่งซาตานที่กำลังตัดสินคดีของความตายแล้วก็เดินจากไปโดยทิ้งครอสไว้ที่เดิม
ยินดีต้อนรับคุณน้องเขย
เจ็บรึเปล่าพอซันเดินจากไปเสียงหนึ่งก็เข้ามาประหนึ่งนัดหมายไว้แล้ว มูนเดินมาจับไหล่ครอสไว้
ถึงฉันจะไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดเท่าซัน แต่ขอให้รู้ไว้ว่าอย่ามารังแกน้องชายสุดที่รักของพวกเราอีกมูนกดไหล่ของครอสไว้ด้วยแรงที่มีจนครอสต้องกดฟันที่จะไม่ร้องออกมา
ดูแลวินให้ดี
เมื่อมูนเดินไปครอสถึงกับต้องถอนหายใจหนักๆกับความรักของพี่ชายบ้านนี้ ก่อนจะดึงชายแขนเสื้อให้ล่นลงเพื่อดูซึ่งปรากฏว่าเป็นรอยแดงรูปมือเลยทีเดียว ส่วนตรงหน้าท้องก็ช้ำมาก จากนั้นก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าบ้านอย่างอดบ่นไม่ได้
แรงควายกันจริงๆ

เอาวะ...เพื่อเมียเจ็บแค่นี้ก็ยอม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น