วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

S love ตอนที่ 4


วันรุ่งขึ้นผมไปมหาวิทยาลัย  การไปครั้งนี้รู้สึกดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเพราะไม่ต้องหลบหน้าใครบางคนแล้วและรู้สึกดีถ้าได้เจอด้วย  แม้จะรู้สึกลำบากใจนิดๆก็ตาม
เมื่อไปถึงคณะก็เจอต้าร์ที่ยิ้มทักทายมาให้แต่ไกล  ผมก็ยิ้มตอบกลับ  เรื่องเมื่อวานทำเอาผมเกรงใจต้าร์อย่างมาก  วันนี้ก็ว่าจะเลี้ยงข้าวตอบแทนซักหน่อยแต่พอเดินเข้าไปใกล้  ผมก็รู้สึกถึงสายตาใครบางคนที่จ้องมองมา  พอผมหันกลับไปผมก็เจอ
เบลล์
สภาพเธอในวันนี้ไม่แจ่มใสเหมือนทุกวัน  ตาคล้ำแดงเหมือนผ่านการร้องให้มาอย่างหนัก  ใบหน้าที่เคยเนียนใสวันนี้กลับซีดเซียว
 เกิดอะไรขึ้นกันนะ
ผมมองอย่างสงสัย  แต่สายตาที่ได้รับกลับมาคือสายตาอาฆาตโกรธแค้น  ทำเอาผมรีบชักหน้ากลับแล้วเดินไปหาต้าร์ทันที  ผู้หญิงเวลาน่ากลัวนี่  สุดๆไปเลย 
แต่จะว่าไปผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ก็ไหนว่าครอสบอกเลิกเบลล์ตั้งแต่ผมหายไป  จะมาเสียใจในวันนี้ก็เกินไป  จะว่าไปช่วงแรกๆของการเรียน  เบลล์ยังไม่มีท่าทีจะแค้นเคืองผมขนาดนี้เลย  ต่างคนก็ต่างไป  ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  แต่ทำไมพอมาเมื่อวานวันที่ผมคืนดีกับครอส  วันต่อมาเบลล์ถึงเป็นแบบนี้  เหมือนกับเพิ่งโดนบอกเลิก
หรือว่าครอสโกหกผม

พอคิดในแง่ร้าย  ใจผมก็เจ็บแปลบขึ้นมา  แต่ก็ยังท่องไว้ในใจเพื่อคุมสติว่า  อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องเรียนอย่างค้างคาใจ
พอเรียนเสร็จ  ก็บ่ายคล้อยแล้ว  ผมออกมาจากห้องกำลังจะเดินไปที่รถ  วันนี้ผมกับ ครอสคงไม่เจอกันเพราะจากเมื่อคืนที่โทรคุยกัน  วันนี้ผมกับครอสตารางเรียนไม่มีว่างตรงกัน  แต่ก็ดีเพราะผมยังค้างเรื่องเมื่อเช้า  เจออีกทีผมก็ระแวงระวังไปหมดเป็นแน่
พอผมเดินไปใกล้รถ  ผมก็ต้องแปลกใจเพราะเบลล์ยืนอยู่ตรงนั้น  ถ้าอย่างที่คิดคงยืนรอผมอยู่ใช่ไหม  ยิ่งเดินเข้าไปใกล้  ยาขวาผมยิ่งชักกระตุก  หวังว่าไม่เกิดอะไรร้ายๆนะ
หวัดดีเบลล์ เอ่อ...มายืนทำไรอยู่ตรงนี้หรอผมถามไปตามฟอร์ม คือใจจริงก็คิดว่าไม่ต้องถามก็ได้มั้ง
เบลล์มายืนรอวิน มีเรื่องอยากจะคุยด้วยเบลล์ตอบด้วยเสียงปกติแต่ตาขวาง ทำเอาผมเริ่มระแวงหนัก
มีอะไรหรอผมถามกลับไป
เราไปคุยกันที่อื่นดีไหมเบลล์ชวนออกไป ผมเริ่มลังเล เอาไงดีนะ
ที่ไหนละ
ที่สวนหลังมหาลัยของคณะเกษตร
เปลี่ยวสุดๆ  ผมคิดในใจ  สวนนั้นเป็นสวนที่คณะเกษตรใช้ปลูกพืช ปลูกต้นไม้ต่างๆกัน  มีพันธ์แปลกๆมากมาย  ร่มรื่นด้วย  แต่ตอนใกล้จะเย็นแบบนี้ไม่ค่อยสมควรไป  เพราะพื้นที่นั้นมันห่างไกลคนไปหน่อยสำหรับสถานการณ์ตอนนี้
เอารถไปด้วยก็ได้เบลล์ก็เอารถของเบลล์ไปเบลล์พูด สงสัยจะรู้ว่าผมคิดหนัก
สุดท้ายผมก็ตกลงระหว่างขับรถผมก็พยายามโทรหาครอสไว้  แต่ดันไม่รับสายผมจึงฝากเป็นเมสเซสทิ้งไว้  และเปลี่ยนเป็นพยายามขับรถช้าๆเพราะผมจะติดต่อพี่ซันแทน
พี่ซันรับสายสิผมสบถออกมา ทีต้องการนี่ไม่มีใครรับโทรศัพท์กันจริง
เมื่อถึงสวน  ผมก็ถือโทรศัพท์ไว้และปล่อยให้โทรศัพท์ยังต่อสายหาพี่ซันต่อไป  และเดินไปเผชิญหน้ากับเบลล์ เป็นไงก็เป็นกัน ยังไงผมก็ผู้ชาย เบลล์ก็ผู้หญิง
วิน เบลล์จะไม่อ้อมค้อมเลยนะ เบลล์ขอให้วินเลิกกับครอสเจอแบบนี้ทำเอาผมอึ้งไม่ทันตั้งตัว เล่นยังงี้เลยหรอ
เบลล์รักครอส รักมาก รักมาตั้งนานก่อนวินอีกเบลล์พูดเสียงเศร้าและน้ำตาก็เริ่มไหลริน ผมมองอย่างสงสารแต่ผมก็ยังยืนนิ่ง ผมรู้ว่าเบลล์ก็รักครอส อาจจะรักมากกว่าผมอีก
ผมผิดที่ผมรู้ช้าเพราะไม่เช่นนั้นผมคงไม่ปล่อยใจและปล่อยตัวไปให้กับครอส  แต่การเลิกกับครอส  มันจะขึ้นอยู่ที่ผมหรือขึ้นอยู่ที่ครอสกันแน่นะ
เบลล์เรื่องระหว่างวินกับครอส เบลล์ไปคุยกับครอสเองเถอะนะ วินไม่สามารถเลิกกับ ครอสได้หรอกเพราะว่าครอสไม่ยอมเลิกกับวินผมบอกไปตามตรง บางทีก็เริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว...เห็นแก่ตัวเพราะคำว่ารัก
 แม้จะรู้ว่าเบลล์จะเจ็บแต่ผมก็ไม่รู้จะบอกว่ายังไง ถ้าผมตกลงว่าจะเลิก ครอสคงยอมอยู่หรอก เรื่องนี้คนต้นเรื่องต้องเป็นคนแก้เรื่องเอง
ทำเป็นพูดดีวิน แกนั่นแหละที่ไปรั้งครอสไว้ ทำเป็นเรียกร้องความสนใจโดยการหายไปจากครอสให้ครอสห่วงตามหา และเลิกกับเบลล์ ครั้งนั้นเบลล์ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะเพราะคิดว่าครอสคงแค่รู้สึกว่าขาดคู่ขาเลยได้แต่สนใจวิน ที่จริงเบลล์ก็ออกจะรู้สึกดีซะด้วยที่วินไปไกลๆจากครอส เบลล์ก็เลยไม่มายุ่งกับวิน ต่างคนก็ต่างอยู่ อีกอย่างเบลล์เห็นใจวินหรอกนะที่โดนหลอกก็เลยปล่อยผ่านเลยไป

ผมได้แต่ยืนฟัง  เจ็บที่หัวใจ  แต่ก็ต้องทน 
ผมเจ็บ  แต่เธอก็เจ็บไม่แพ้กัน
ความรักของคนสองคนแต่มอบหัวใจให้คนๆเดียว
เบลล์...วินขอยืนยันอีกครั้ง วินจะไปทันทีที่ครอสมาบอกเลิกผมตอบไปแม้ใจยังลังเล ผมเป็นฝ่ายผิดรึเปล่านะ ความรักทำให้คนเห็นแก่ตัวได้จริงๆ
อย่างครอสนะเหรอจะบอกเลิกวิน หลงวินอย่างกับอะไรดี เมื่อวานก็คืนดีแล้วนี่ เอาตัวเข้าแลกไปกี่รอบละ
รู้ไหมเมื่อวานเบลล์ไปหาครอส ครอสออกปากไล่เบลล์อย่างกับอะไรดี  ทั้งที่แต่ก่อนต้อนรับเบลล์จะตาย  รู้ไหมเป็นเพราะอะไร  เป็นเพราะวินวินทำให้ครอสรัก  ทำให้ครอสหลง  และออกจากชีวิตเบลล์  เบลล์ทำอะไรผิด  เบลล์ถึงต้องโดนครอสบอกเลิกแถมยังโดนไล่  ทั้งที่แต่ก่อนเรารักกันเบลล์พูดเพ้อออกมาทั้งน้ำตา  ใบหน้าของเธอที่สวยงามตอนนี้กลับเต็มไปด้วยคราบต่างๆ  มาสคาร่าตรงขอบตาก็เลอะเปรอะเปื้อน ยิ่งสายตาที่จ้องมองมาอย่างดุดัน  ทำเอาสภาพเธอเหมือนฆาตกรดีๆนี่เอง
ทุกอย่างเป็นแบบนี้เพราะวิน
เพราะวิน
เพราะแกเบลล์แผดเสียงลั่น ใบหน้าแสยะยิ้ม
เบลล์ผมพูดเสียงแผ่ว ในตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเริ่มไม่มีสติรับรู้อะไรแล้ว น่ากลัวว่าจะทำอะไรบ้าๆ

ความคิดที่เพิ่งคิดไปไม่นานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างเพราะจู่ๆเบลล์ก็วิ่งจากตรงที่ยืนอยู่ขึ้นไปขับรถของเธอ  และเริ่มขับตรงมาทางที่ผมยืนอยู่  พอเห็นดังนั้น  ผมก็พยายามวิ่งสุดชีวิตไปที่รถของผมที่จอดอยู่  เมื่อมาถึงผมก็รีบขึ้นขับ  แล้วขับถอยหลังทันที  สภาพตอนนี้คือรถของเบลล์ขับมาข้างหน้า  ส่วนรถผมถอยหลัง  ทำให้เรามองเห็นซึ่งกันและกัน  ผมจะหักเลี้ยวก็ไม่ได้เพราช้าไปเพียงเสี้ยวเดียวเบลล์ชนผมแน่  สภาพของเธอตอนนี้เธอคงจะไม่สนใจตัวเองแต่คงสนใจแต่ผมคนเดียว  ซึ่งผมก็คือเหยื่อของเธอ
ในตอนนี้เบลล์เริ่มขับประชิดเรื่อยๆจนรถแทบจะเกยกัน  ส่วนผมให้ถอยหลังตลอดก็ขับไม่สะดวก  ใจผมตอนนี้เต้นระรัว  เหงื่อผุดขึ้นเต็มตัว  ความกดดันสั่งสมจนผมแทบจะเสียสติ  กลัวก็กลัว  แม้คนที่เคยเฉียดตายมาแล้วครั้งหนึ่งอย่างผมก็ตาม  ถ้าให้ตายอีกครั้งก็ยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะผมยังมีห่วงอยู่เต็มไปหมด
จังหวะที่ผมคิดอยู่นั้น  ทำให้เผลอลืมมองดูกระจกหลัง  ซึ่งมีรถวิ่งมาพอดี  ทำให้ผมต้องหักหลบไปอีกด้านซึ่งปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่  นาทีสุดท้ายที่ผมเห็นคือใบหน้าเบลล์ที่ยิ้มอย่างยินดี  ก่อนจะหมดสติลงผมคิดถึงใบหน้าของพ่อแม่ทั้ง 2 ครอบครัวของผม เพื่อนๆ และคนสุดท้าย คือ ครอส
ราณ...ราณเสียงเรียกชื่อเก่าของผมที่ไม่ได้ยินมานาน ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันนะที่เรียกเรา ผมค่อยๆลืมตาอย่าช้าๆ พอมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมก็ถอยหนีไม่รู้ตัว
วินผมเรียกชื่ออกไปอย่างตกใจ เพราะข้างหน้าของผมคือร่างที่ผมใช้อยู่ทุกวัน แต่คราวนี้เป็นวินตัวจริง พอมองตัวเองผมกลับไปเป็นราณคนเดิมแล้ว และพอมองไปรอบๆในที่ๆผมอยู่มันไม่ใช่สถานที่ที่โลกมนุษย์จะมีอยู่เพราะมันเป็นสีขาว สีขาวทุกด้าน
ไม่ต้องตกใจ ตอนนี้นายอยู่ช่วงต่อระหว่างภพนะวินพูดมายิ้มๆ แต่ผมก็ไม่คลายความกังวลอยู่ดี ผมตายแล้วหรอถึงมาอยู่ที่นี่

ยังไม่ตาย แค่เกือบจะวินพุดออกมาเหมือนเดาความคิดของผมถูก
มีเวลาไม่มาก จะพูดอธิบายละนะ อย่าขัดละ นายนะราณรถชนอีกครั้งคราวนี้ทำให้วิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่ถ้ากลับไปทันนายก็รอด ส่วนที่นายมาเจอฉันเพราะฉันมีเรื่องจะบอก นายคงสงสัยที่ตานั่นเคยบอก
ผมขมวดคิ้วอีกครั้งกับคำว่าตานั่น 
หมายถึงครอสนะ ตานั่นมันบอกว่าฉันกับมันเป็นศัตรูกันใช่ปะ แล้วอยู่ๆก็ไปทำดีเพื่อจะจีบเบลล์แล้วให้เบื้องหน้าเป็นเพื่อนกัน นายสงสัยไหมว่าฉันทำไปทำไม
ผมพยักหน้า  แล้วฟังที่วินพูดต่อ  ใจจริงผมก็ทายคำตอบไว้แล้ว
ก็อย่างที่นายคิด ฉันชอบตานั้น
นั่นไง  ลางสังหรณ์ไม่พลาดเลย
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบไปตอนไหน เมื่อไหร่ แต่เพื่อให้กลายเป็นจุดสนใจสำหรับครอส ฉันเลยต้องอัพตัวเองให้เท่าเทียมและเข้าหาอีกฝ่ายบ่อยๆ แต่ไม่คิดว่าจะต้องกลายเป็นศัตรูกันแถมการที่เราเข้าหาบ่อยๆเป็นการเข้าไปหาเรื่องซะได้ ตาครอสงี่เง่าวินบ่นออกมา
พอกลับมาดูอีกทีความสัมพันธ์ที่ฉันคาดหวังไว้กลับไม่ใช่ แล้วประจวบเหมาะกับตาทึ่มนั่นไปชอบเบลล์ ยัยนั่นก็ไม่เห็นจะมีอะไรดี มีดีก็แค่สวยวินทำหน้าเซ็งไปด้วยพูดไปด้วย แต่ผมก็เป็นผู้ฟังที่ดีเพราะตอนนี้ผมประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว
ยัยเบลล์นั่นฉันก็แค่ให้เป็นหมากตานึงของฉันเพื่อเข้าหาครอสทั้งนั้น ที่ให้ฉากหน้าเป็นเพื่อนกันก็เพื่ออยากให้คุยกันดีๆบ้างเท่านั้นเอง ทำไมคิดกันไม่ได้นะ
เป็นผมก็คิดไม่ได้นะ  สร้างเรื่องมาซะขนาดนี้  จะให้คิดว่าเข้าหาเพราะชอบก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนักเท่าไหร่
ฉันมาเพื่อให้นายหายสงสัย ต่อไปอนาคตนายจะเป็นตัวกำหนดเองว่านายจะเดินไปทางไหน แต่ก็ขอบคุณนะที่นายทำให้ครอบครัวของฉันมีความสุข ขอบคุณจริงๆว่าจบวินก็ก้มหัวให้ผ
อนาคตงั้นหรอ  ความรักของผมทำให้หลายคนต้องเสียใจ  ต้องเสียน้ำตา  ผมควรจะดึงดันกับความรักครั้งนี้อยู่ไหมนะ
ไม่ต้องคิดมาก ใช้หัวใจตัดสินก็พอวินพูดคืนสติให้ผม แต่ผมก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดี
ถึงเวลาที่นายจะต้องไปแล้ว
เดี๋ยวก่อน วิน...วิน
ผมพยายามจะเรียกวิน  แต่ก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลเพราะมีแรงดึงร่างผมให้ตกลงไปสู่เบื้องล่าง   ส่วนวินยิ้มและโบกมือให้ผมเป็นการอำลา



ความรู้สึกเจ็บแปรบทั่วร่าง เหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงทั่วผิวกาย ผมค่อยๆลืมตาตื่นมองเห็น สิ่งแรกที่มองเห็นคือเพดานสีขาว บรรยากาศเงียบสงบและกลิ่นอายของยา ผมคงกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งและดูท่าจะเป็นโรงพยาบาลเดิมด้วย  สถานที่แรกที่เคยเจอกับครอส  แต่ครั้งนี้คนที่ผมเห็นคนแรกกับไม่ใช่เขา  แต่เป็นแม่
แม่ผมเรียกเสียงแผ่ว แม่หันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนและลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา
ไม่เป็นไรนะวิน ลูกปลอดภัยแล้วแม่ผมพูด 
แล้ว...เบลล์ละครับผมตอบแล้วเว้นช่วงถาม หลังจากรับรู้ว่าผมรถชน จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ใครมาช่วยผม แล้วเบลล์ สุดท้ายก็ครอสเค้ารู้เรื่องรึยังนะ ถ้ารู้ทำไมถึงไม่มาหรือมาตอนผมหลับอยู่ ในหัวผมตอนนี้มีคำถามเต็มไปหมด
เบลล์ เด็กคนนั้นเค้าอยู่ที่โรงพยาบาล
ผมได้ยินก็ตกใจ  เบลล์ก็อยู่โรงพยาบาล  เธอก็บาดเจ็บด้วยหรอ
เด็กคนนั้นไม่ได้รถชนหรอก แต่ต้องไปหาหมอเพื่อปรึกษาด้านสภาพจิตนะแม่ตอบเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่
เธอคงช็อกในหลายๆด้านผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
อย่าเพิ่งคิดอะไร นอนพักซะนะ เด็กดีของแม่
แม่ แล้วคนอื่นๆและฮะผมถามกลับไป 
ไปทำงานกันจ๊ะ แม่รับรองนะว่าถ้าลูกตื่นมาจะเจอครบทุกคน
ฮะผมรับปากอย่างว่าง่าย ความเจ็บปวดเหนื่อยและเพลียทำให้ผมหลับได้อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่สติจะหลุดไป คำว่าครบทุกคน ของแม่ จะรวมคนนั้นด้วยไหมนะ
คนคนนั้น
แม้ใจจะอยากเจอ  แต่พอเจอก็ยากจะจำใจจาก  ไม่รู้ว่าควรเดินไปทางไหน  แม้จะรู้ว่าทางไหนที่หัวใจร้องเรียกก็ตาม
ขอโทษนะที่ทำให้วินเจ็บตัวไออุ่นจากฝ่ามือร้อนลูบไล้ที่เส้นผม
ขอโทษจริงๆ
ครอสกำลังได้รับผลการกระทำแล้ว
รอครอสนะ
ครอสรักวินเสียงครอสพูดมันเศร้ามากประกอบกับสัมผัสอุ่นที่หน้าผากที่ดูคล้ายกับการอำลา จนผมที่ยังไม่ได้สติดียังน้ำตาไหลตามและพยายามที่จะลืมตาขึ้นมาแม้จะต้องสู้กับฤทธิ์ยาที่ให้ผลง่วงซึมก็ตาม
แต่พอลืมตาขึ้นสำเร็จ กลับไม่มีใคร ห้องว่างเปล่าแต่ผมก็รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่หน้าผาก ผมเชื่อว่าครอสมาจริงๆ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกไม่ดีเลย
เสียงเปิดประตู ผมรีบมองตาม แต่คนที่เข้ามา คือ พ่อ แม่ พี่ซันและน่าแปลกใจมาก คือ พี่มูนที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่
ว่าไงเจ้าตัวเล็กพี่มูนเข้ามาขยี้หัวผมเบาๆ
สบายดีฮะผมตอบพี่มูน
มาได้ไงผมถามต่อ
ก็เป็นห่วงนะสิพี่มูนตอบแล้วปล่อยให้คนอื่นซักถาม จากนั้น หมอก็เข้ามาตรวจซึ่งอีก3-4 วันผมก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว



ช่วงเวลาที่ผมอยู่โรงพยาบาลผมรอคอยใครบางคน แต่ก็ไม่เคยมาให้เห็น แต่ไม่รู้ทำไมยามผมหลับผมถึงรู้สึกว่าครอสมาอยู่ใกล้ๆทุกครั้ง มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่เพราะพอลองเลียบเคียงถามพี่ซัน พี่ซันกลับบอกว่าพอครอสรู้เรื่องก็หนีหายไปเพราะโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ซึ่งผมคิดว่าพี่ซันโกหกเพราะนั้นไม่ใช่นิสัยของครอส
ส่วนคนที่มาเยี่ยมบ่อยๆ นอกจากดาร์ฟกับมายด์ ยังมีต้าร์อีกคนซึ่งเป็นคนที่ผมรู้สึกเกรงใจแล้วเกรงใจอีกเพราะต้าร์จัดการเอาสมุดจดแล็กเชอร์มาให้ มาบอกงานและเล่าเรื่องการรับน้องของมหาลัยให้ฟัง ส่วนเรื่องผมกับเบลล์ที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ถูกปิดเงียบจากทั้งสองฝั่งเพราะไม่อยากให้เสียชื่อเสียงซึ่งกระทบต่องานของพวกผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะผมไม่โกรธเบลล์ ออกจะสงสารด้วยซ้ำ อยากไปเยี่ยมแต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะอาการหนักกว่าเดิม
หลังออกจากโรงพยาบาลผมก็มาพักที่บ้าน ผมก็พยายามโทรหาครอสแค่สิ่งที่ได้คือหมายเลขนี้ถูกปิดใช้บริการไปแล้ว ผมใจสั่น ไม่ได้นึกกลัวว่าจะถูกทิ้ง แต่กลัวว่าครอสจะเป็นอะไรไปมากกว่าเพราะพ่อแม่ของเบลล์นั้นก็มีอิทธิพลใช่ย่อย และเรื่องนี้สืบอย่างไรต้นเหตุมันก็มาจากครอส
            ผมกระวนกระวาย หวาดกลัว กังวล  เป็นห่วง และรู้สึกแย่มาก ในตอนนี้ผมเข้าใจความรู้สึกของครอสที่ไม่สามารถติดต่อกับผมได้เป็นเดือนๆแล้ว คงเป็นกังวลมากสินะ  พอจะออกตามหาครอส ผมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าผมรู้เรื่องครอสน้อยเกินไป ผมรู้ว่าคอนโดครอสอยู่ที่ไหน รู้ที่อยู่บ้านครอสคร่าวๆ แต่ไม่เคยไป ไม่เคยรู้จักครอบครัวครอสอย่างจริงจังเหมือนที่ครอสรู้จักบ้านผม
            พี่มูน วินอยากไปข้างนอกผมพูดกับพี่มูนซึ่งเป็นคนเดียวที่อยู่บ้านในขณะนี้ ตอนนี้ครอบครัวของผมค่อยข้างไม่ไว้ใจ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับผมมาสองครั้งแล้ว จึงพากันคอยระแวงระวัง ทำให้ผมไม่สามารถออกไปไหนเองได้ในช่วงนี้
            ไปไหนละพี่มูนถาม
ไปหาเบลล์พี่มูนทำสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยิน เขาคงไม่อยากให้ผมไปเกี่ยวข้องกับเบลล์เท่าไหร่
นะนะ พี่มูน วินขอร้องผมอ้อนกอดแขนอีกฝ่ายแล้วช้อนตากลมโตมอง ตั้งแต่ผมเป็นวิน ผมไม่อ้อนใคร แต่ถ้าลงมืออ้อนผมต้องได้ในสิ่งที่ต้องการ
            เข้าใจแล้ว แสบนะเราพี่มูนพูดแล้วลงมือยีหัวผมอีกครั้ง ที่ว่าผมแสบก็เพราะคนที่บ้านไม่เคยขัดใจผมได้ซักทีนะสิ
            โรงพยาบาลจิตเวชหรือคนอื่นอาจมองว่าเป็น โรงบาลบ้าเบลล์อยู่ที่นั่นเพื่อบำบัดอาการทางจิตจากความเสียใจ เศร้าใจและตกใจที่มีมากจนเกินไป พี่มูนเดินนำผมเรื่อยๆเหมือนเคยมา แต่ผมก็ไม่อยากจะซักถามให้มากความ
            ห้องที่เบลล์อยู่เป็นห้องชั้นดีของโรงพยาบาล คงไว้สำหรับผู้ป่วยพิเศษที่มีเงินหนา มองจากด้านนอกจะสามารถเห็นคนที่อยู่ข้างในเพราะมันเป็นกระจกด้านเดียว ส่วนคนข้างในจะมองไม่เห็น คงไว้สำหรับสังเกตอาการและพฤติกรรมของผู้ป่วย
            ผมปิดปากกลั้นสะอื้นเพียงเห็นภาพตรงหน้า เบลล์เธอยังมีเค้าโครงความสวยอยู่แต่ซูบผอมลงไปมาก ดวงตาเลื่อนลอย ปากพร่ำเรียกแต่ครอส แต่พอซักพักเธอก็กระโดดไปมา ตะโกนร้อง ฉันไม่ได้ทำ’‘ฉันไม่ได้ทำ’‘มันตายเอง
          เธอคงคิดว่าทำผมตาย
            ผมขยับตัวจะเข้าไปข้างใน แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับคนที่อยู่ในห้องน้ำซึ่งรีบพุ่งตัวออกมาจากประตู ประตูนั้นถูกฉาบเป็นสีขาวกลมกลืนกับผนังห้องจนมองแทบไม่ออก คนที่ออกมาเป็นคนที่ทำให้ผมเบิกตากว้างกว่าเดิม เป็นครอสนั่นเอง
            ครอสรีบโอบกอดและปลอบประโลมเบลล์ไว้
            ผมทาบมือกับกระจกมองเข้าไปข้างใน พี่มูนที่อยู่ข้างๆก็กันผมไว้เหมือนไม่ให้เข้าห้อง แต่ผมไม่สนใจหรอก ผมมองครอสให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังสบายดีอยู่ก็พอ แต่เท่าที่เห็นมันไม่ใช่เลย ครอสหน้าตาโทรมลงไปเยอะสีหน้าอมทุกข์ยิ่งกว่าเบลล์ เหมือนครอสกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบโดยโลกนั้นมีแต่ความทุกข์กับความเศร้า ผมคิดว่าครอสคงลงโทษตัวเองด้วยการรับผิดทั้งหมด และแบกรับผลการกระทำนั้นไว้ สองบ่าไหล่ที่เคยยืดอย่างภาคภูมิกลับห่อไหล่เข้าหากัน ระหว่างสองคนนั้นใครกันที่จะมลายลงก่อน คนที่อยู่บนโลกแห่งความฝันซึ่งไม่รับรู้อะไร กับคนที่อยู่บนโลกแห่งความจริงและต้องยอมรับผลกรรม
            หรือจะเป็นผม ต้นเหตุแห่งความทุกข์ แล้วผมจะแบ่งปันความทรมานของสองคนนั้นมาบ้างได้ไหมนะ
            ผมมองครอสที่พยายามจะดูแลเบลล์ทั้งป้อนข้าว ป้อนน้ำซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับกินแต่โดยดี แถมมีการหอมแก้มขอบคุณครอส ดวงหน้าของเบลล์สว่างสดใสขึ้นยามเมื่ออยู่กับครอสพร้อมกับคำพูดที่ยึดเหนี่ยวครอสไว้ อยู่กับเบลล์นะ เบลล์รักครอส’‘ทุกอย่างเป็นความผิดครอส
ทุกอย่าง...
            เรากลับกันเถอะผมบอกพี่มูน ผมทิ้งสายตาไว้ในห้องก่อนจะบอกตัวเองว่า ผมจะกลับมาใหม่เพื่อจัดการอะไรบางอย่าง



            เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมก็ได้แต่นั่งครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ส่วนเรื่องเรียนใจจริงผมไม่อยากจะไปมหาวิทยาลัยแล้ว ผมแค่รอให้เรียนรามจบก็พอ แต่แม่บอกว่าให้คิดดีๆ ส่วนเรื่องที่ผมหยุดยาวไปแม่กับพ่อไปคุยกับทางมหาวิทยาลัยให้แล้ว ซึ่งถ้าผมยังอยากกลับไปเรียนก็ยังสามารถกลับไปได้ โดยมีต้าร์โทรมาชักชวนให้กลับไปเสมอ
วันต่อมา คนที่ควรอยู่กลับไม่อยู่ คนที่ควรไม่อยู่กับอยู่ กลายเป็นว่าวันนี้พี่ซันอยู่บ้านอย่างกับรู้ว่าผมจะทำอะไร ทั้งๆที่เรื่องเมื่อวานผมขอพี่มูนให้ปิดเป็นความลับแล้วแท้ๆ
จะไปใช่ไหมอีกฝ่ายถาม ผมก็ได้แต่พยักหน้า
            ผมกลับมาที่เดิมอีกครั้ง แค่ครั้งนี้ครอสไม่อยู่น่าจะไปเรียนหรือไปพัก ครั้งแรกที่ผมอยู่โรงพยาบาลผมไม่คิดจะมาเยี่ยมเธอ แต่ตอนนี้ผมอยากให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม ขนาดผมโดนทั้งหลอกทั้งลวงโดนทำร้ายจิตใจแสนสาหัส ผมยังผ่านมาได้ และทำไมเธอจะผ่านมันไปไม่ได้
            เบลล์ผมเรียกเธอที่หันหน้าไปมองหน้าต่างที่มีต้นไม้สีเขียวชะอุ่มอยู่ เบลล์หันมามองตามเสียงเรียก ดวงตาที่เฉยเมยกลับมีแววสั่นระริกก่อนจะหันกลับไปที่เดิมอีกครั้ง
            เบลล์ วินขอโทษผมพูดออกไป ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจรึเปล่า
           วินแค่อยากจะบอกให้เบลล์ว่าอย่าทำร้ายตัวเองเลยนะ เบลล์ยังมีพ่อกับแม่อยู่ ท่านทั้งสองรักเบลล์มากเลยนะผมพูดไปแต่เบลล์ก็ยังนั่งนิ่ง แต่มือบอบบางกับกำไว้แน่นเหมือนจิกเล็บตัวเองเข้ากับเนื้อ ผมว่าบางทีเบลล์ก็ไม่ได้สูญเสียสติไปเสียหมดซะทีเดียว แค่ไม่อยากยอมรับความจริง...ที่โหดร้าย
            งั้นผมจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟังผมบอกแล้วเล่าเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่เป็นราณ บอกถึงความเสียใจยามที่ตายแล้วยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ บอกถึงเวลาที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ เล่าเรื่องที่ตัวเองมาเป็นวิน พูดถึงความเจ็บปวดที่ผมเองก็ได้รับมาเช่นกันจาก ครอสและจากเธอ ผมไม่รู้เบลล์จะเข้าใจเรื่องราวที่ผมจะสื่อรึเปล่า แต่ผมแค่อยากจะบอกว่า มีไม่กี่คนที่จะโชคดีอย่างผมที่สามารถกลับมาจากความตายแล้วมาทำในสิ่งที่อยากทำได้อีกครั้ง ผมอยากจะบอกเธอว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่าและไม่อยากให้เธอปล่อยไปอย่างสูญเปล่า
            เธอยังมีอนาคตรออยู่ในวันข้างหน้า
            ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ แต่มันไม่ใช่กับทุกคนในทุกเวลา ในเมื่อมันไม่ได้เป็นของเราในเวลานี้ เราก็ต้องผ่านไปให้ได้ ใครจะรู้ว่าในอนาคต เราอาจจะเจอเวลาแห่งความรักของเรา กับใครที่ดีกับเรามาก รักเรามาก จนเราอาจลืมความรักที่แสนเจ็บปวดไปได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เราก้าวเดินไปข้างหน้า...เพียงเท่านั้น
            เมื่อผมเล่าจบสีหน้าของเบลล์นั้นหลากหลายจนผมคิดว่าเธอเข้าใจแต่กำลังประหลาดใจในเรื่องที่ผมเล่า และอาจจะเปลี่ยนมามองผมบ้าแทนเธอก็เป็นได้ แต่อันที่จริงผมว่าเบลล์ไม่ได้บ้าหรอก เธอแค่อาจจะอยากเรียกร้องความสนใจจากครอส ยึดครอสไว้จากความผิดบาปก็เท่านั้น
            ออกไปเบลล์พูดเสียงสั่นเครือ เธอคงกำลังใช้ความคิด ดูจากสติที่กลับมา ไม่ใช่เป็นเบลล์ที่ไร้สติหรือแกล้งทำ
            คิดให้ดีนะ แค่ก้าวไปข้างหน้าผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้
            เมื่อออกจากห้องผมก็เจอสายตาอันแปลกประหลาดที่มองผม ผมลืมไปได้ยังไงว่าพี่ซันอยู่นอกห้อง และต้องได้ยินเรื่องที่ผมเล่า
            เรื่องจริงรึเปล่าวินพี่ซันถามเสียงและใบหน้านั้นจริงจังมาก เหมือนคำตอบที่ผมกำลังจะตอบมันเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจในเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก
            แล้วผมจะตอบอะไรได้นอกจากว่า ใช่ผมไม่อยากโหก ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว พี่ซันก็ได้ยินทั้งหมดแล้วด้วย
            หมับ
            พี่ซันดึงผมไปกอดแน่น ผมได้แต่ยืนอึ้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายและกำลังลังเลว่าสมควรกอดตอบไหม แต่ในที่สุดผมก็ยกมือกอดตอบจนได้
            พี่ซันผมเรียกเสียงแผ่ว
            ขอบคุณ ขอบคุณที่ไม่โกหก
รู้ไหมบางทีพี่ก็รังเกียจตัวเอง รังเกียจที่รักน้องชายสายเลือดเดียวกับตัวเอง แต่พอมาได้รู้ อย่างน้อยถึงวินไม่รักพี่ ไม่ใช่สิ...ราณ แต่พี่ก็มีความสุขที่พี่ได้รัก และไม่รู้สึกผิดอีกแล้วพี่ซันพูดกระชับกอดผมแน่น
            ขอโทษครับ ขอโทษผมพูดออกไป ไม่มีคำใดที่จะพูดอีกแล้ว เพราะถ้ายังเป็นวินคนเดิม พี่ซันก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะเป็นผม พี่ซันก็เลยเกิดความรู้สึก ผมทำให้พี่ซันเสียใจ
            ไม่ต้องขอโทษหรอกพี่ซันผละตัวออก แล้วยีผมของผมเล่นจนยุ่งเหยิงแล้วส่งรอยยิ้มสุดหล่อกระชากใจมาให้

            กลับบ้านเรากันเถอะพี่ซันจูงมือผมให้เดินตามไป ผมมองดูเบลล์ที่อยู่ในห้องอีกครั้ง อีกฝ่ายกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่มีนกกำลังโบยบินอยู่ ผมหวังว่าเธอจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระดั่งเช่นนกที่เธอมองอยู่ในตอนนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น