เมื่อตัดสินใจเดินหน้า เราก็ต้องไปอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้มีอุปสรรคมาขวางกั้น
และงานนี้ต้องมีตัวช่วย
อย่างแรก ผมต้องเคลียร์กับบ้านตัวเอง แม้จะกระดากใจแต่ตัวช่วยที่ดีที่สุดก็คือ
พี่ซัน
ผมไปบริษัท หลังจากเช็คกับพี่ซันแล้วว่าอยู่ที่นั่น
เพื่อที่พูดคุยกันก่อนที่จะไปเปิดประเด็นกับที่บ้านครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่
ก็ครั้งนั้นที่เรามีสัมพันธ์ที่เกือบเกินเลย ผมเลยไม่มาเหยียบที่ห้องทำงานพี่ซันอีก
เมื่อไปถึง
เลขาของพี่ซันก็ยิ้มให้ผมอย่างต้อนรับขับสู้
เพราะอย่างไรผมก็เป็นลูกเจ้าของบริษัทเหมือนกัน
จากนั้นก็ยกเค้กและชามาเสริฟเหมือนจัดเตรียมมาอย่างดี พี่ซันสั่งเลขาไม่ให้ใครเข้ามา
แล้วผมก็เปิดประเด็นเล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
“สรุปอยากให้พี่ช่วยคุยกับพ่อแม่”
“ผมจะคุยเอง
แต่แค่อยากได้กำลังเสริมทัพไว้เผื่อ...ฉุกเฉิน”ผมบอกมองหน้าพี่ซันที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“พี่ซันจะช่วยวินไหม”ผมถามเสี่ยงอ่อย
“รู้ใช่ไหมว่าพี่รู้สึกอย่างไร”พี่ซันพูดทำให้ผมใจหาย เหมือนจะบอกว่ารู้ว่าเค้ารัก
ก็ยังมาขอให้ช่วยเหลือศัตรู...หัวใจ
“รู้ฮะ”
“แล้วทำไมถึงเลือกพี่
ทำไมถึงคิดว่าพี่จะยอมช่วย”
ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะตอบอย่างเข้าข้างตัวเองสุดๆ
“เพราะพี่ซันเป็นคนที่วินไว้ใจที่สุด
เป็นคนที่รู้จักวิน รู้เรื่องของวิน เข้าใจวินดีและ.... รักวิน”
พี่ซันยิ้มกว้างกับคำตอบ
“แค่นี้พี่ก็พอใจแล้ว พี่รักวิน
แต่วินยังไงก็เป็นน้องพี่ พี่ย่อมเห็นความสุขของน้องมากกว่าของตัวเอง”
“พี่ก็ทำแบบนั้นอยู่ตลอดนี่ฮะ”ผมพูดออกไป พี่ซันยกยิ้มทันที
ผมเข้าใจเพราะตลอดเวลาพี่ซันมีโอกาส แต่พี่ซันก็คิดถึงความเหมาะสม
อย่างน้อยผมรักกับครอสยังได้รับการยอมรับมากกว่าพี่น้องสายเลือดเดียวกันรักกันเอง
“ขอบคุณมากฮะ ผมก็รักพี่ซันนะฮะ”ผมบอก แม้รักของเราจะไม่ตรงกัน แต่พี่ซันก็เป็นคนสำคัญของผมเสมอและจะเป็นตลอดไป
“เดี๋ยวพี่เคลียร์งานแปบ
แล้วเดี๋ยวเรากลับพร้อมกัน”พี่ซันบอกแล้วก้มหน้าก้มตาทำเอกสารต่อ
“ให้วินช่วยไหม”ผมเสนอตัว แม้จะร้างมานานแต่ก็ยังพอช่วยได้ ซึ่งพี่ซันก็พยักหน้าให้ผมช่วยตรวจดูเอกสาร
จนหกโมงเย็น เราก็พากันกลับบ้าน
โดยผมบอกให้พี่ซันแวะซื้อพวงมาลัยมาไหว้พ่อกับแม่ก่อน
“กลับมาแล้วหรอ มากินข้าวกัน”แม่เรียก เมื่อผมกับพี่ซันมาถึงบ้าน พี่ห้องอาหารมีพ่อกับพี่มูนนั่งรออยู่
“รีบไปล้างมือแล้วมากินเลย
รอเราหิวจนตาลายแล้ว”พี่มูนมองมาทางผม สงสัยจะหิวจริงๆ
ผมรีบไปล้างมือ แล้วมานั่งทานอาหาร พวงมาลัยก็ฝากแม่บ้านเอาไว้ก่อน
บรรยากาศการทานยังเป็นแบบสุขสันต์
แต่พอทานจบผมก็ต้องเริ่มใช่ไหมผมสบตากับพี่ซันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าเบาๆ
“วินมีเรื่องจะคุยด้วย
ยังไงช่วยไปรอวินที่ห้องนั่งเล่นนะฮะ”ผมบอก
ซึ่งพ่อกับแม่มีอาการชะงักก่อนจะพยักหน้าว่าเข้าใจแล้ว
ส่วนพี่มูนจากใบหน้ายิ้มแย้มกลับขมวดคิ้วแล้วหันไปมองหน้าพี่ซัน
“จ๊ะ”คุณแม่ตอบรับแล้วพากันเดินไปห้องนั่งเล่น
ส่วนผมไปเอาพวงมาลัยจากแม่บ้าน
เมื่อไปถึงห้องนั่งเล่น ผมก็เดินไปนั่งที่พื้นข้างล่างตรงที่พ่อแม่นั่งอยู่คู่กัน
ก่อนจะก้มลงกราบที่ระหว่างเท้าของคนทั้งคู่ แม่ผวามารับผมให้ยืดตัวขึ้น
“วินมาขอขมาที่ทำให้พ่อกับแม่
และพี่ๆทุกข์ใจในเรื่องของวิน”ผมพูดเห็นหน้าพ่อแม่แล้วน้ำตาเริ่มซึม
“วินรู้แล้วว่าทุกคนรู้เรื่องของวินกับครอสแล้ว
ครอสไม่ได้ผิดสัญญาฮะ วินไปเจอเค้าเอง ทั้งที่เค้าพยายามหลบหน้าวิน”ผมพูดดักไว้ก่อน ไม่อยากให้ใครคิดว่าครอสโล่มาฟ้องผม
“วิน ลูก
ขึ้นมานั่งข้างบนโซฟานี่มา”แม่เรียกผม ตอนแรกว่าจะส่ายหัวแต่พอมองหน้าแล้วก็ต้องยอมทำตาม
พอขึ้นมานั่งบนโซฟา แม่ก็เข้ามากอดผมแน่น
“วินขอโทษฮะ”ผมพูด
พ่อก็เอื้อมมือมาลูบหัวผม
“ช่วงที่เราหนีไปเที่ยว
ไม่ค่อยติดต่อใครก็เพราไอ้หนุ่มคนนี้ใช่ไหม”พ่อถาม
ผมพยักหน้าเบาๆ
“รัก...มากหรอ”พ่อถามเสียงเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ปกติพ่อก็ใจดี
แต่พอมาเงียบๆก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน
“มากฮะ”
“มากจนขนาดยอมตัดพ่อตัดลูกรึเปล่า”พ่อผมถาม จนผมต้องรีบหันกลับไปมอง
ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานมองผมอยู่เหมือนผมเป็นเด็กน้อยที่กำลังหลงผิด
ผมหันกลับมามองหน้าพี่ซัน ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไง
ครอสเลือกแล้วที่จะสู้ ผมก็ยอมรับแล้วเลือกที่จะอยู่เคียงข้าง
แต่ถ้าต้องตัดพ่อตัดลูก ผมต้องเป็นลูกกตัญญูรึเปล่า วินถ้านายเป็นฉัน นายจะทำยังไง
“วินเลือกครอสครับ”ผมตอบเสียงสั่น แต่มองด้วยสายตาแน่วแน่ คำตอบของผมมันอาจจะสะเทือนอารมณ์ของทุกคน
ผมอาจเห็นแก่ตัว แต่ผมยังมีพ่อแม่ที่แท้จริงของผมอยู่
ผมอาจจะไม่ได้อยู่บ้านนี้แต่ผมก็จะพยายามกลับมาทดแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูผมมา
แม้ดูภายนอกผมคงเป็นลูกอกตัญญูจริงๆที่เลือกผู้ชายมากกว่าพ่อแม่
แต่ถ้าเราเคยตายมาซักครั้งและไม่เคยมีโอกาสทำตามใจของตัวเอง เมื่อได้กลับมาใหม่
ผมก็ขอทำตามใจซักครั้งแม้จะต้องตกนรกก็ยอม
“ที่พูดคิดดีแล้วใช่ไหม”
“โดนไล่ออกจากบ้านก็ยอม?”พ่อผมถามอีกครั้ง
“ครับ”
“งั้นลองไปอยู่ข้างนอกเองคนเดียว
ดูสิว่าความรักมันกินได้รึเปล่า”พ่อผมพูด
“คุณ”
“พ่อ”
แม่กับพี่ซันและพี่มูนพูดออกมาพร้อมกัน ทุกคนมีสีหน้าตื่นตะลึง
“พ่อครับ
ผมว่าพ่อควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์นะครับ เราเคยคุยกันแล้วนะครับ
ว่าเราจะทำให้วินมีความสุข แต่พ่อกำลังทำให้ทุกคนในบ้านเป็นทุกข์นะครับ”พี่ซันพูดเตือนสติ ชำเลืองตามองผมอย่างเป็นกังวล
“ฉันไม่ยอมนะคุณ
ถ้าคุณให้ลูกไปอยู่ข้างนอก ฉันจะไปด้วย”แม่พูดด้วยความหงุดหงิด
“วินยังเด็กนะครับพ่อ
แถมไม่เคยอยู่คนเดียวด้วย”พี่มูนช่วยพูด แต่พ่อยังนิ่ง
“เข้าใจแล้วครับ ถ้านี่เป็นบททดสอบ
วินก็พร้อมจะพิสูจน์ วินขอเวลาสามวันในการทำธุระของตัวเอง
ส่วนเรื่องเงินไปต้องห่วงนะครับ วินจะไม่เอาไปซักบาท”ผมพูดมองหน้าพ่อ
แล้วไถลตัวลง ก้มไปกราบตักของพ่อและแม่อีกครั้ง
“ทุกคนอย่าโกรธพ่อเลยนะครับ
เพราะเป็นวินที่เลือกเส้นทางนี้เอง”ผมพูดกลั้นสะอื้น
น้ำตาพานจะไหล ตอนแรกผมหวัง...หวังไว้สูงเกินไป
ว่าทุกคนจะรับได้และยินดีกับทางเลือกที่ผมเลือก หวังว่าพี่ซันคงช่วยได้ หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
แต่ในเมื่อผลมันเป็นเช่นนี้จะทำอะไรได้นอกจากเดินก้าวไปในเส้นทางที่เลือก
ผมเคยบอกเบลล์ว่าเพียงแค่เดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ทำสวนกับคำพูดตัวเอง...เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า
หลังจากนั้นผมก็ขอตัวขึ้นมาบนห้อง ซึ่งทุกคนก็ยังนั่งนิ่งกันอยู่ที่เดิม
ผมพยายามมองไปรอบห้อง ข้าวของทุกอย่างผมคงจะเอาไว้อย่างเดิม
เพราะจริงๆมันเป็นของวินไม่ใช่ของผม ยกเว้นของที่ครอสซื้อให้ผม ผมจะเอามันไปด้วย
“ใหม่ ช่วยราณหน่อยสิ”ผมโทรหาพี่สาวของผม เธอรู้เรื่องทุกอย่างเป็นอีกคนที่ผมเลือกจะเล่าและเธอก็คอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอมา
ใหม่บอกว่าผมจะทำอะไรก็ได้ขอแค่เป็นคนดีก็พอ อีกอย่างพ่อกับแม่ผมที่ลำปาง
พวกท่านก็พอใจเพียงแค่ผมยังมีชีวิตอยู่และเป็นคนดี
ใหม่พี่สาวของผม เธอจะลงมากรุงเทพ
อันที่จริงผมแค่ขอให้เธอส่งบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อผมมาให้หน่อย ผมจะไปเปิดบัตร
ตอนแรกผมไม่เคยคิดที่จะใช้เงินจากพ่อแม่ที่ลำปางเพราะพวกท่านก็อายุมากแล้ว
ควรได้พัก ผมที่ควรจะเลี้ยงดูกลับเป็นเด็กที่ยังไม่สามารถพึ่งพาอะไรได้
ยังไม่สามารถเดินไปทำงานหาเงินเลี้ยงได้ นอกจากจะช่วยพ่อดูงานที่บ้านเท่านั้น
ซึ่งก็นานๆที
แต่ใหม่เธอฉลาดกว่าที่ผมคิด เธอรู้ว่าถ้าผมถึงกับร้องขอเรื่องเงิน
ผมคงมีปัญหาหนัก อีกอย่างถ้าส่งไปหาผม คนอื่นจะสงสัยเธอเลยเลือกที่จะมาเอง
โดยเธอจะบินมาหาผมเองในวันพรุ่งนี้
ก็อก ก็อก
เสียงเคาะประตู
ผมขมวดคิ้วลืมเหตุการณ์นอกห้องไปเกือบหมดเมื่อคุยกับใหม่
“พี่เข้าไปได้ไหม”เป็นพี่ซันนั่นเอง ซึ่งผมก็เปิดประตูให้เขามาแต่โดยดี
“พี่คุยกับพ่อแล้ว”พี่ซันพูดคงหมายถึงหลังผมออกไป
“แต่พ่อดื้อมาก จนพี่...แต่แม่ยังช่วยพูดอยู่”พี่ซันพูด ผมเดาออก นานๆคนใจดีจะดื้อซักที ใครก็คงเอาไม่อยู่
“ไม่เป็นไร
เรื่องไปอยู่ข้างนอกไม่ได้เป็นปัญหา พี่ซันก็รู้นี่นา”ผมพูดหัวเราะเบาๆไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก
ผมยังมีทางเลือกและตัวช่วย
“แล้วพี่จะช่วยอะไรได้บ้าง”พี่ซันพูด
“ช่วยแต่งงานกับพี่สาวผมได้ไหมละ
วินกลัวเธอขึ้นคาน”ผมพูดขึ้น พี่ซันมองอย่างประหลาดใจ
“อายุเท่าไหร่ละ”พี่ซันเลิกคิ้วถาม
“เอ...ตอนนี้ก็น่าจะ 35”ผมพูด
“แต่พี่เพิ่งจะ 27เองน้า”พี่วินพูด
“55+ ล้อเล่นนะ อย่างใหม่
เธอไม่เอาคนที่เด็กกว่าเธอหรอก”ผมพูดขำๆ
“แล้วจะไปอยู่ไหน บอกพี่ด้วยนะ
พี่เป็นห่วง”พี่วันบอก
“ยังไม่รู้ฮะ
แต่ใหม่เธอจะมาหาวันพรุ่งนี้ อยากเจอไหมฮะ เผื่อจะปิ้ง”
“พี่ขอบายดีกว่า กลัวพี่สาวเราจะหลงเสน่ห์หนุ่มหล่ออย่างพี่มากกว่า”พี่ซันพูด
“นอนได้แล้วเรา”พี่ซันลูบหัวผมเบาๆ
“ฝันดีฮะ”
ผมพูดแล้วเดินไปล็อกประตูเมื่อพี่ซันออกไป
จากนั้นรีบไปเดินดูมือถือตัวเอง ซึ่งครอสส่งมาแล้ว จากนั้นก็รีบไปเปิดคอม
สมัครเมลล์ใหม่เพื่อจะคุยกับครอส แต่ครอสไม่ออนเลยแชทไม่ได้
แต่อีกฝ่ายส่งเมลล์หาผมทิ้งไว้ ผมจึงส่งเมลล์ตอบกลับไป
แต่ผมจะไม่เล่าเรื่องของผมเด็ดขาดเพราะกลัวอีกฝ่ายจะยิ่งเป็นกังวล
“ดาร์ฟ พรุ่งนี้ว่างปะ
มีเรื่องให้ช่วยขับรถมารับหน่อย ชวนมายด์ไปด้วยก็ได้จำพี่ใหม่ได้ไหม
ตอนเราไปลำปาง...ใช่ๆ เธอจะมาพรุ่งนี้”ผมพูด
ซึ่งอีกฝ่ายก็รับปากแต่โดยดี ทั้งสองถือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม
คอยเป็นห่วงผมตลอด แม้เราจะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ แต่ก็คุยกันในไลน์ตลอด
แซวกันในเฟสพอมีสีสัน
เพราะพรุ่งนี้ใหม่จะมา ผมต้องการรถไปรับเพื่อไปตระเวนหาที่พัก
ดาร์ฟจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ตอนเช้า ดาร์ฟและมายด์มาหาผม
ซึ่งผมก็รีบออกไปโดยไม่รอทานข้าวกับใคร ผมยังยิ้มและพูดคุยอย่างเป็นปกติ
แม้แม่จะทำท่าร้องไห้ตลอดเวลาก็ตาม
“บรรยากาศแปลกไปนะ”ดาร์ฟพูดขึ้นเมื่อเจอผม ดาร์ฟมองเข้าไปในบ้านก่อนจะมองหน้าผม ผมรู้สึกเสียวสันหลัง
คนอะไรอย่างกับมีญาณอยู่ในตัว
“ก็มีเรื่องนิดหน่อย”ผมพูด
“เรื่องครอสละสิ”ดาร์ฟพูด ยกยิ้มอย่างรู้ทัน มายด์ตาโตมองหน้าผม
“มีเรื่องอะไร เล่าสิๆ”มายด์ดูตื่นเต้นมาก เราไม่เจอกันนานคงอยากรู้เรื่องผมเต็มแก่
“ขึ้นรถก่อน”ผมพูด
พวกเราจึงพากันขึ้นรถ พอดาร์ฟถอยรถออก ดาร์ฟก็พูดขึ้นลอยๆ
“พ่อนายดูอยู่นะ”ดาร์ฟคงมองดูจากกระจก ผมก็อยากจะหันหน้าไป แต่ถ้าหันไป ใจผมต้องมลายแน่
ในเมื่อเลือกจะพิสูจน์เราก็ต้องเข้มแข็ง
“อืม”
หลังจากนั้น
ผมก็เล่าสถานการณ์คร่าวๆให้ทั้งสองคนฟัง ซึ่งดาร์ฟก็รับฟังเงียบๆ ส่วนมายด์กลับร้องไห้ออกมาจนผมต้องปลอบ
“ร้องทำไม”ผมถาม
“ก็มันเศร้านี่ ชีวิตดร่าม่าชะมัด”มายด์พูดแล้วยกหลังมือมาปาดน้ำตาตัวเอง
“ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกน่า”ผมพูดขำๆ มายด์ร้องไห้มากๆ เดี๋ยวดาร์ฟเอาค้อนมาเฉาะหัวผม
“แล้วเช็ดน้ำตาดีๆ เดี๋ยวพี่ใหม่มา
ตกใจหมด”ผมพูด มายด์ก็เลยดึงทิชชู่ไปซับน้ำตา
จัดการกับใบหน้าตัวเอง
เมื่อมาถึงสนามบิน
ผมก็จัดการโทรหาใหม่เพื่อนัดสถานที่ ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่ารอกระเป๋าอยู่
“ใหม่”ผมเรียกพี่สาวตัวเอง
เมื่อเธอเดินออกมา ยังไงก็ทำชินปากให้เรียกพี่ไม่ได้ซีกทีไม่เหมือนกับพี่ซันกับพี่มูน
“สวัสดีครับพี่ใหม่”ดาร์ฟกับมายด์ทักทายพี่ใหม่
“สวัสดีจ๊ะ เด็กๆ ไม่เจอกันนาน
โตขึ้นหล่อๆน่ารักๆกันทั้งนั้น”ใหม่ทัก ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
แล้วส่งถุงมาให้พวกผมช่วยถือ พวกของฝากทั้งนั้น
“เอาไปแบ่งกันนะ”มายด์ดูตาโต สงสัยอยากจะกิน
“น่ากินจัง”มายด์พูด
“น้ำลายจะไหลแล้วนั่น”ดาร์ฟพูด อมยิ้มนิดๆก่อนเราจะพากันไปที่รถ
“พี่จองโรงแรมไว้แล้วแถวรัชดา
เดี๋ยวเราไปเก็บของกัน”พี่ใหม่พูด
แล้วเราก็พาพี่ใหม่ไปเช็คอินที่โรงแรม ภายในรถพวกเราคุยกันเรื่องไร้สาระเพื่อบรรเทาบรรยากาศ
เมื่อไปถึงห้องที่โรงแรม เราก็เริ่มเปิดประเด็นกัน แต่หนักตรงที่ผมจะเล่าคร่าวๆไม่ได้
โชคยังดีที่พี่ใหม่ไล่ดาร์ฟกับมายด์ไปซื้อของที่เซเว่นเลยไม่อึดอัดใจเท่าไหร่
“เข้าใจแล้ว งั้นเราไปหาที่พักกัน
จากนั้น ค่อยไปธนาคารที่ห้าง”ใหม่พูด
เมื่อมายด์กับดาร์ฟมาถึงก็กินขนมเอาแรง จากนั้นก็บอกคนทั้งคู่ว่าจะไปหาที่พัก
ที่พักที่ใหม่อยากได้นั้น ต้องเดินทางสะดวกเหมาะกับการไม่มีรถ
ปลอดภัย มีอุปกรณ์ครบถ้วนไว้ใช้สอย จะได้ไม่ต้องจัดแต่งห้องมาก
เราจึงพากันมาดูแถวรัชดา ลาดพร้าวก่อน
ผ่านไปเกือบวัน ในที่สุดเราก็ได้ที่พักกัน เป็นห้องว่างที่เหลือห้องเดียวพร้อมเข้ามาอยู่ได้เลย
ด้วยราคาค่อนข้างแพงเดือนละ 7000 แต่ก็มีทุกอย่างที่อยากได้ จากนั้น
เราก็ไปกินข้าวกันในห้างและทำธุระต่อ จากนั้นก็ให้ไปส่งใหม่ แล้วส่งผมต่อ
เพราะผมจะไปเก็บของที่บ้าน
“ขอรบกวนนายอีกวันนะ ดาร์ฟ”
“มายด์ด้วย ผมพูด”
“เพื่อนกัน”ดาร์ฟพูด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น