หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว สำหรับเรื่องเบลล์
ครอสไม่ต้องไปหาเธอแล้วเพราะเธอเข้มแข็งขึ้นและอยากจะตัดใจอย่างเด็ดขาด
การไม่เห็นหน้าครอสจึงเป็นทางเลือกที่เธอเลือก สำหรับผมทุกอย่างดีขึ้นมากแม้ผมจะยังไม่ได้เข้าไปหาครอบครัวของครอส
แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไรระหว่างผมกับครอส
ยกเว้นอย่างเดียวคือครอสที่ต้องทำงานหนักขึ้น
วันนี้ผมกลับมานอนหอ
ถึงแม้จะเข้าใจกันดีแล้วแต่ผมก็ยังไปๆกลับๆระหว่างหอกับบ้านอยู่เพราะหออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่าและครอสก็เดินทางมารับสะดวกด้วย
ถ้านับเหตุการณ์ที่เรามีอะไรกันอย่างแสนระทึกในซอกก็รวมหนึ่งเดือนได้ซึ่งดูท่าครอสจะเริ่มอดทนไม่ไหวจึงเล่นขนเสื้อผ้ามานอนกับผมอย่างหาข้อปฏิเสธไม่ได้อย่างทุกที
ในสัปดาห์แรกที่คืนดีกับครอบครัวผมกลับไปนอนบ้านแล้วครอสก็กลับไปนอนบ้านตัวเองด้วยเช่นกันอย่างไม่เกี่ยงงอน
พอเข้าสัปดาห์ที่สองผมกลับมานอนหอแต่ผมไม่ยอมให้ครอสขึ้นห้องแต่ครอสก็ไม่ได้โมหาแต่อย่างใด
แต่พอสิ้นสัปดาห์เท่านั้นกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กถูกตั้งวางไว้ที่หน้าห้องกับเจ้าของที่ทำเป็นหมาน้อยเศร้าถูกเจ้าของทิ้งจนอดที่จะเปิดประตูต้อนรับไม่ได้
“ครอสเหงา”ครอสทำปากยู่หน้าบูดบึ้งนั่งตรงขอบเตียงโดยกอดเอวผมที่กำลังยืนอยู่ไว้แน่น
และไม่พอยังเอาหน้ามาซุกตรงท้องน้อยพานจักกระจี้เมื่อสัมผัสถึงลงหายใจร้อนแผ่วๆ
“เหงาอะไร คุยกันทุกวัน”
“เหงาสิ ไม่มีวินให้กอดสักวัน”
“เดี๋ยวนี้ทะลึ่งนะ”
“พูดความจริงต่างหาก”อีกฝ่ายแย้ง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ครอสรู้นะ พรุ่งนี้วินไม่มีเรียน”
“แล้วเกี่ยวอะไร”
“ก็หมายความว่าครอสจัดหนักได้ไง
ฮู้ ไม่เห็นต้องถาม”ครอสกระชับกอดเอวผมแน่นขึ้น
ส่วนมือก็ซุกซนขยับไปบีบสะโพกกลม
“แล้วถ้าวินไม่ให้ละ”ผมลองพูดเสียงแข็งใส่
“ไม่ได้หรอ ครอสอยากกอดวินแทบแย่
ไม่สงสารครอสหรอ”ครอสช้อนตามามองผมจากนั้นยังไม่พอคว้ามือเล็กของผมไปสัมผัสส่วนกลางลำตัวของเขาที่ตื่นแล้ว
“ลามก”
“ก็อยู่กับเมียนี่นา
จะให้เหี่ยวได้ยังไง”
“ครอส”ผมเหวใส่
พอครอสเรียกผมด้วยคำนี้ทีไรผมทั้งโมโหและเขินอายทุกที
“นะ นิดนึงก็ยังดี”ครอสอ้อนผม
“’งั้นนิดเดียวนะ”
.
“อื้อ อะ ครอสไหนว่านิดเดียวไง”ผมต่อว่าเพราะนี่เป็นรอบที่สามแล้ว ครอสเอาขาเรียวของผมพาดไว้ที่บ่าแกร่งของเขาทั้งสองข้างก่อนจะสอดหมอนไว้ใต้สะโพกของผมเพื่อช่วยรองรับตัว
ซึ่งแน่นอนท่านี้ทำให้ผมกับเขาใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น
และทุกครั้งที่ครอสสอดใส่ก็ลึกยิ่งกว่าครั้งไหน
“เสียวไหม เมีย”ครอสถามตาเป็นประกายทุกครั้งเมื่อเห็นผมส่งสายตาแวววับไปให้ โรคจิตจริงๆ
“ซี๊ด ยิ่งโกรธยิ่งรัดนะเนี่ย”ครอสครางออกมาในลำคอ ผมที่ไม่อยากทนฟังอีกฝ่ายพูดจึงโน้มคอครอสลงมาเพื่อปิดปากของอีกฝ่าย
กลีบปากนุ่มของผมแนบชิดกับริมฝีปากซีดของอีกฝ่ายแล้วเป็นผมที่รุกเข้าใส่แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับด้วยความยินดี
ครอสจูบกลับอย่างหื่นกระหายด้านล่างก็ยังสอดใส่เต็มแรงเหมือนจะเก็บกดมานานเต็มที
ลิ้นร้อนของเราพัวพันแลกเปลี่ยนหยดน้ำหวานบดเบียดอย่างไม่ยอมกันเลยทีเดียว
ความเย็นจากแอร์ในห้องไม่ช่วยอะไรเมื่ออุณหภูมิของสองร่างยิ่งร้อนเพิ่มพูน
ผมมองใบหน้าครอสที่มีหยดเหงื่อผุดประปราย มันดูเซ็กซี่และเร้าใจ
ทำให้มือของผมขยับไปมาอย่างซุกซนขยับไปมาตรงแผงอกและหน้าท้องแกร่ง
“มองแบบนี้ไม่จบแค่รอบนี้หรอกนะ”ครอสก้มลงมาหอมแก้มผม
“มองแบบไหนละ อื้ม อะ”
“ก็แบบที่อยากจะกินครอสนะ”
“อื้อ อะ อา...หลงตัวเอง”
“ก็มีดีให้น่าหลงนี่นา
หรือไม่จริงครับเมีย”
“อ๊า อา ครอสไม่ไหวแล้ว”เมื่อผมบอกแบบนั้นครอสจึงเร่งจังหวะสอดใส่เพื่อให้เราไปพร้อมกัน
ผมจิกกับแผ่นหลังหนาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ไม่รู้ว่าทำให้ครอสเจ็บหรือเปล่าแต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีจนจะตายให้ได้
“ครอสรักวินนะ”
“อื้อ วินก็รักครอส”
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตของผมจะเป็นเช่นไร
ผมไม่รู้ว่าต่อไปผมกับครอสยังจะจับมือเดินเคียงข้างกันอยู่ไหม แต่ในเมื่อผมเลือกแล้ว
เลือกเดินตามทางของหัวใจ ผมก็จะยอมรับผลของมัน
“คิดอะไรอยู่”เสียงของคนตัวโตข้างตัวผมเอ่ยถาม
เขาเอามือเท้าหัวตัวเองเอียงหน้ามามองผมแล้วใช่นิ้วชี้เล่นพันเล่นกับเส้นผมนุ่ม
“คิดถึงอนาคตต่อไป”
“คิดอะไรมากแค่อยู่ข้างๆครอสทุกวันก็พอ”ครอสก้มลงมาจูบหน้าผากผมอย่างแผ่วเบา
“3 ปีที่ผ่านมายังพิสูจน์มาพอหรอ
ว่าครอสรักแค่วินเท่านั้น ต้องการแค่วินเท่านั้น”จบประโยคครอสก็ขึ้นคร่อมผมด้วยสายตาหื่นๆ
ผมไม่ได้หมายความถึงเรื่องแบบนี้สักหน่อย
ตั้งแต่ที่ครอสโตขึ้นความเจ้าเล่ห์ก็มีมากขึ้น
จนผมที่มีวิญญาณแก่กว่ายังตามไม่ทัน
สรรหาทุกวิธีทางที่ให้ผมยอมจนตอนนี้ห้ามยังไงก็ไม่ค่อยฟัง หื่นได้หื่นดี
แถมหน้าด้านสะบัดยามอยู่ด้วยกันแถมชอบใช้ใบหน้าอ้อนๆเป็นฉากกำบัง จนผมยังนึกถึงตัวตนของครอสแรกๆไม่ค่อยออกว่าเขาเป็นยังไง
อ้อ
และที่สำคัญหึงโหดสุดๆ ร่างกายของวินยิ่งโตยิ่งสวย
ผมก็ไม่ค่อยได้บำรุงอะไรหรือแต่งตัวอะไรให้มีจุดเด่นอะไรมากแต่ก็รู้สึกตัวเองเหมือนกันว่ามีออร่าดึงดูดคนให้เขามาหาโดยเฉพาะผู้ชาย
จนครอสแทบจะกลายร่างเป็นซาตานกลางมหาวิทยาลัย แถมวันนั้นก็โดน ครอสจับมาลงโทษ
อายแทบแย่
และตอนนี้ผมกับครอบครัวของครอสเราเข้ากันได้และไม่รู้เพราะน้องไคน์รึเปล่าจึงทำให้พ่อและแม่ของครอส
เอ่อ...เรียกว่ามีความเป็นพ่อแม่มากขึ้น ใส่ใจครอสยิ่งขึ้น
ผมคิดว่า...ความน่ารักความบริสุทธ์ของเด็กช่วยชำระจิตใจของคน
ส่วนครอบครัวของผมที่ลำปางนะหรอ
ทุกคนยังมีความสุขและแข็งแรงดี ผมก็แอบเสียใจอยู่นะที่มีหลานให้พวกท่านไม่ได้
ส่วนใหม่นะหรอป่านนี้ก็ยังไม่แต่งงานและไม่คิดแต่งด้วย ก็แก่แล้วนี่เนอะ
อย่าไปบอกเธอละไม่งั้นผมโดนแน่ๆ
ตอนนี้ผมจะจบแล้วกำลังคิดว่าถ้าจบแล้วผมจะกลับไปลำปาง อยากใช้เวลากับพวกท่าน
ต้องคิดหาข้ออ้างอีกแล้ว
ส่วนครอบครัวของวินก็ของผมด้วยนั่นแหละ
เราก็ใช้ชีวิตเป็นปกติดี
พี่มูนเรียนจบกลับมาช่วยพี่ซันทำงานแล้วอ้อมีแฟนแล้วสวยมากเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วย
เรียกว่าข้ามหน้าข้ามตาพี่ชายคนโตของเราเลยทีเดียวที่ยังไม่มีใครและผมก็ไม่กล้าถามพี่ซันด้วยว่าทำไมถึงยังไม่มีใคร
กลัวคำตอบจะเข้าตัวเอง ส่วนพ่อกับแม่พอวางมือให้ลูกๆทำ
ตอนนี้ก็ไปเที่ยวสุดสวีทที่ยุโรปอย่างสบายใจ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวด้วยเลย
“นี่ครอสรักวินใช่ไหม”ผมโอบคอของอีกฝ่ายแล้วจูบปลายคางของเขาเบาๆ
“รักมาก
อ้อนแบบนี้จะเอาอะไร”
“ถ้าจบแล้ววินไปอยู่ลำปางสักพักนะ”
ครอสหน้าบึ้งแบบไม่สบอารมณ์ทันที
ผมรู้เพราะตั้งแต่ปีหนึ่งเราก็อยู่ด้วยกันตลอด
หรือไม่ก็จากกันไม่กี่วันเพราะต่างฝ่ายต่างอยู่บ้านตนเอง
แต่ครอสคงรู้ว่าถ้าผมพูดแบบนี้ผมจะไปอยู่ยาวแล้วทิ้งเค้าให้เฉาอยู่กรุงเทพคนเดียว
“ครอสไม่เข้าใจทำไมวินรักครอบครัวนั้นมาก
ถึงจะเป็นญาติก็เถอะ”จำกันได้ไหมครับ
ผมเคยโกหกว่าครอบครัวของผมเป็นญาติตอนไปลำปางครั้งแรกผมเงียบก่อนจะกอดครอสแน่น
น่าจะถึงเวลาบอกความจริงแล้ว
“งั้นวินมีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ครอสฟัง
ถ้าจบแล้วครอสจะเลิกกับวินก็ได้นะ”ผมบอกเสียงเรียบแต่ใจนั้นสั่นกระตุกจนน่ากลัว
“ไหนพูดมาสิ
หวังว่าคงไม่ใช่นิทานบอกว่าเจ้าหญิงแอบมีชู้ที่ลำปางหรอกนะ จึงอยากไปนัก”ครอสพูดเสียงเหี้ยมตวัดมองผมอย่างน่ากลัว
แววตาบอกว่าถ้าเรื่องไม่เข้าหูผมตายคาเตียงแน่ๆ
“ใช่ที่ไหนเล่า
ก็อยู่ด้วยกันตลอด”ผมอ้อนให้ครอสคลายกังวลทั้งทั้งที่ผมกังวลกว่าอีก
“จะเล่าแล้วนะ เรื่องนี้เริ่มต้นจาก
เด็กหนุ่มชื่อราณ...”
“จบแล้วละ”ผมพูดเสียงแผ่วใจเต้นแรงแต่น้ำตารู้สึกอยากจะรินไหลอย่างบอกไม่ถูก
ผมเห็นแววตาสับสนของครอส
ผมผลักครอสที่คร่อมตัวผมอยู่โดยอีกฝ่ายก็ยอมลงไปอย่างง่ายดายยิ่งทำให้ผมใจเสีย
แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
อารมณ์นี้ผมอยากกลับบ้านเพื่อให้เวลาตัวเองและครอสในการคิด
“จะไปไหน”ครอสเท้าแขนไว้กับตู้เสื้อผ้ากักขังผมไว้ใต้เงาใหญ่ พอผมจะหลบตัวหนี
ครอสก็กระชับผมกอดแน่นจนแทบจะรัดร่างเหมือนงูกำลังจะกินเหยื่อ
“กลับบ้าน”
“กลับทำไม”เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู
“ก็...ให้เวลาครอสได้คิด”
“ไม่เห็นต้องคิด”ครอสจับผมหันมาหาเข้า แล้วก้มหน้าประทับตราร้อนที่หน้าผากอย่างนุ่มนวลไม่ล่วงเกินไปกว่านั้นจากนั้นก็ดันหน้าของผมขึ้นเพื่อให้เรามองนัยน์ตาของกันและกัน
“ครอสรักวิน
รักที่ตัวตนของวิน ถ้าไม่ใช่วินคนนี้ครอสก็ไม่เอาและถ้าวินจากไปเป็นคนอื่น
ครอสก็จะรู้และจะตามหาทันทีและครอสก็เชื่อว่าวินก็จะกลับมาหาครอสเหมือนกัน”
“แววตาของคนที่รักครอสอย่างจริงใจนะ
มีแค่แววตาของคนคนนี้คนเดียว”
“ไม่ว่าวินจะเป็นใคร ครอสก็รัก”
“ขอบคุณนะ วินก็รักครอส”ผมร้องไห้ซุกอกครอส เรื่องนี้ฝังอยู่ในจิตใจของผมมาหลายปี
ผมไม่อยากจะปิดบังคนที่รักที่สุดอยากจะบอกครอสที่สุด
“ร้องไห้โฮแบบนี้
งั้นวันนี้ปะป๋าครอสจะปลอบให้ทั้งคืนยันเช้าเลย...ดีไหม”
ผมทุบไหล่ครอสเห็นผมเป็นแบบนี้ยังล้อเล่นอีก
แต่ก็ทำให้ผมยิ้มออกแล้วยืดตัวไปจูบ ครอสโดยครอสก็จูบกลับอย่างเร่าร้อนแต่อ่อนโยน
“วันนี้วินเริ่มก่อนครอสคงฟินน่าดู”ครอสพูดขึ้นหลังจากเราถอนจูบกันอย่างอ้อยอิ่งทำเอาอารมณ์หวานๆที่กำลัวจะมีมลายหายไปทันที
“ครอสบ้า คนหื่น ลามก
ปากเสีย”
“แต่ครอสก็เป็นคนที่วินเลือกแล้ว
เลือกจากหัวใจใช่ไหมละ”
“อื้อ
ครอสเป็นคนที่วินเลือกแล้ว เลือกโดยใช้หัวใจนำทาง”
FIN
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น