เมื่อมาคิดดูดีๆแล้ว
ผมตัดสินใจจะเรียนต่อตามแพลนเดิมที่ตั้งใจไว้ คือเรียนที่นี่อีก 1
ปีให้จบรามแล้วก็หาเพื่อนใหม่ที่มหาวิทยาลัย จากนั้น ผมจะไปเรียนต่อกับพี่มูน
ถ้ามีโอกาสก็จะท่องเที่ยวไปทั่ว ตามที่เคยวาดฝันไว้
ส่วนเรื่องครอส
ผมไม่รู้ว่าถ้าผมเลือกแบบนี้ ครอสจะว่าอย่างไรผมอยากจะให้ครอส ลองใช้เวลากับตัวเอง
คิดโดยสมองและหัวใจว่าอยากจะเดินไปในอนาคตแบบไหน
ตอนนี้ครอสยังเด็กอาจจะไม่รู้ว่าอนาคตแบบผู้ใหญ่นั้น ความรักของเรามันลำบากแค่ไหน
เมื่อผมกลับมาเรียนหลังจากหยุดไปยาว
ผมก็ต้องอ่านหนังสืออย่างหนักเท่ากับช่วงที่หยุดไปเพราะเรียนไม่ทันเพื่อน
โชคดีที่ต้าร์มาช่วยติวให้
อันที่จริงผมก็ไม่ต้องจริงจังมากก็ได้ในเมื่อคิดจะเรียนแค่ปีเดียว
แต่ผมก็อยากจะทำอะไรให้ถึงที่สุด
เป็นอีกครั้งที่มาเดินคณะบริหาร
มันก็ตลกดีที่เมื่อก่อนครอสตามหาผม แต่รอบนี้ผมตามหาครอสแทน แค่อยากจะรู้ว่ายังสบายดีไหม
หน้าตาสดชื่นขึ้นแล้วรึยังเพราะตั้งแต่นั้นผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเบลล์อีกเลย
ไม่รู้ว่าเบลล์เลือกทางเดินยังไง พอลองสืบดูรู้เพียงแต่ว่าเธอดร็อปเรียนไป
หมับ
ผมโดนจับแขนและกระชากไปอีกทาง
พอผมหันไปก็พบว่าเป็นครอส ผมก็เดินไปตามแรง เรามากันที่ลับตาคนซอกตึกหลังตึกเรียน
ที่นี่เป็นมุมอับที่หลายคนไม่เคยสังเกตและจะไม่เดินผ่าน จากนั้น ครอสก็กอดผมแน่น
ใบหน้าหล่อซุกตรงที่ไหล่ของผม อีกฝ่ายดูเหมือนเด็กที่ต้องการความรัก
ความอบอุ่นและสั่นเทาไปด้วยความกลัว เราไม่ได้พูดอะไรกันเพราะครอสจัดการปิดปากผมอย่างโหยหา
จูบของเราครั้งนี้เป็นไปด้วยความคิดถึงที่แต่ละฝ่ายมีให้กัน มันทั้งร้อนแรง
ซาบซ่านและอบอุ่น
“ครอส...พอแล้ว”ผมบอกครอสเมื่ออีกฝ่ายระดมจูบมาไม่ยั้ง
เมื่อผละไปนิดก็กลับเข้าหาใหม่อย่างคนไม่รู้จักพอ
แถมมือก็เริ่มไต่ไปตามเนื้อผ้าสีขาวชุดนักศึกษา ผมจึงรีบเรียกสติครอสให้หยุดก่อนเราจะเลยเถิด
“คิดถึง”ครอสบอก
ริมฝีปากร้อนเปลี่ยนมาเป็นแก้มนุ่มของผมแทน จนผมต้องดันอีกฝ่ายออก
ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้คุยกันเสียที
“เราต้องคุยกัน”
ผมพูดออกไปและครอสก็พยักหน้าเล็กน้อย
ใบหน้าเปลี่ยนมาจากมีความสุขมาเป็นความเครียดขึงและความเศร้าอีกครั้ง
“ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี”ครอสพูด
ตัวยืนพิงผนังและเบือนหน้าไปอีกทาง
“เริ่มจาก ทำไมไม่มาเยี่ยมวินตอนป่วยเลยละ”ผมถาม
“อย่าโกหกอีก”ผมดักทางครอส
เมื่ออีกฝ่ายเริ่มคิ้วขมวดเขาหากันเหมือนพยายามจะนึกคำตอบ
ครอสเสยผมทำหน้ายุ่งแล้วถอนหายใจ
“คนที่บ้านวิน รู้เรื่องแล้วเลยขอไม่ให้ครอสมาเจอกับวิน ไม่ให้ติดต่อวิน
ส่วนเรื่องเยี่ยม ครอสไป แต่ไปทุกครั้งที่หลับ นี่เป็นความกรุณาที่ได้รับแล้ว”ครอสบอกเสียงแผ่ว ผมตัวเกร็ง ทุกคนที่บ้านรู้เรื่องแล้ว
แต่ทุกคนก็ยังเหมือนเดิม ไม่ใช่สิ ผมน่าจะดูออกแต่แรกว่าเรื่องขนาดนี้ พ่อแม่ผมก็คงต้องสืบสาวราวเรื่องเหมือนกัน
“แล้วเรื่องเบลล์”ผมถามต่อ พยายามไม่คิดมากเรื่องก่อนหน้านี้
“เบลล์
เธอเสียสติไป พ่อแม่เธอก็เลยจะเอาเรื่องเหมือนกันที่ครอสทำร้ายจิตใจและร่างกาย
หมายถึงที่มีอะไรกับเธอไปแล้ว แต่เพราะเบลล์เรียกหาแต่ครอส จะสงบยอมกินยอมนอนเพราะครอสเท่านั้น
พ่อแม่เบลล์ก็เลยต้องยอม ยอมให้ครอสอยู่กับเบลล์ตามที่เธอต้องการ
และให้ครอสสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดี จนกว่าลูกสาวเค้าจะไม่ต้องการถึงจะไปได้”
พันธนาการ ผมเข้าใจแล้วว่า เบลล์ทำแบบนั้นทำไม ยามแรกเริ่มเธอคงเสียใจจนเสียสติจริง
แต่ต่อมาเมื่อมองความจริงเธอจึงเห็นถึงช่องทางที่จะรั้งครอสไว้
แม้ไม่ใช่สายใยที่เหนียวแน่นและตัดไม่ขาดเท่าพันธนาการรักแต่ก็เป็นสายใยหนาที่เหนียวพอพันธนาการมัดและรัดตัวครอสไว้ให้ดิ้นไม่หลุด
ทั้งพันธนาการของหน้าที่
พันธนาการของความรู้สึกผิด
และพันธนาการของความเสียใจ
ที่ต้องชดใช้ให้อีกฝ่าย
“เหนื่อยไหม”ผมถามอีกฝ่าย รูปใบหน้าครอสอย่างแผ่วเบา
แล้วโอบกอดอีกฝ่ายให้แนบแน่น แบ่งปันความรักที่มีไปให้
อย่างน้อยให้ครอสหายเหนื่อยก็ยังดี
“ไม่...”ครอสจะตอบ แต่เป็นผมที่จูบอีกฝ่ายแทน
“อย่าตอบว่าไม่เป็นไร”
“ถึงครอสจะถูกห้ามไม่ให้ติดต่อวิน แต่วินไม่ได้ถูกห้าม วินจะมาหาครอสเอง
วินจะเป็นผนังเป็นกำแพงให้ครอสได้ยืนพิงพักยามเหนื่อยแทน”จะเป็นกำลังใจให้ครอส
จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมาเหมือนเดิม ก่อนที่วินจะจากไป
“ขอบคุณมาก”
“รักวินนะ”
ครอสกระชับกอดผมแน่น ผมรู้สึกถึงแรงสั่นสะอื้นและความเปียกตรงไหล่
ครอสร้องไห้ คงอดทนมามากสินะ
อดทนที่จะกักเก็บทุกอย่างและพยายามจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
อย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นแค่เด็ก...วัยรุ่นที่กำลังเติบใหญ่
ไม่เหมือนกับผมที่จะเป็นผู้ใหญ่รอบที่สองแล้ว
“ที่บ้านครอสละ”
พอผมถาม อีกฝ่ายยิ่งสะอื้นไห้ไปใหญ่อย่างกับเด็กผมลูบหลังครอส
ทำทุกอย่างที่บอก ครอสว่าผมยืนอยู่ตรงนี้
“ที่บ้าน...”
“บอกมาเถอะ”ผมพูด
“รับไม่ได้”ผมรู้สึกใจหาย
และเจ็บปวดกับการที่เห็นครอสต้องเจ็บ
“แต่ในเมื่อเรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว และไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจเค้า เค้าก็แค่ตบหน้าและสั่งสอนนิดหน่อย”
“เค้านี่...ใคร”
“พ่อที่ไม่เคยสนใจลูกนอกจากธุรกิจและผู้หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยการโยนเงินมาให้ใช้”ครอสพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น
ผมใจหายวาบ
เข้าใจแล้วว่าทำไมครอสถึงไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังอย่างจริงจังซักที บางครั้งที่มาบ้านผม
เวลาเห็นพ่อแม่ผมจึงปรากฏรอยยิ้มขมขื่น คงอยากได้ความรักจากพ่อบ้าง
และมันทำให้ผมเข้าใจยิ่งขึ้นที่ครอสบอกว่า...ครอสไม่เข้าใจคำว่า
รัก จึงรู้ตัวช้าว่ารักผมและมารู้ตัวในยามที่ผมหายไป เพราะขนาดความรักที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดครอสยังไม่สามารถสัมผัสเห็น
ไม่สามารถรับรู้ได้ว่านี่คือความรักของพ่อและแม่
แล้วความรักของคนที่รักกัน...ก็คงจะยากเกินกว่าที่ครอสจะเข้าใจจริงๆนั่นแหละ
“เค้าให้เลิกกับวิน แล้วก็ทำตามข้อเสนอของครอบครัวเบลล์”
ผมอึ้ง และพูดไม่ออก มันก็เป็นการแก้ปัญหาที่ดี ใช่
ครอสจะได้รักกับผู้หญิงตามที่ผมเคยคิดไว้ และครอสก็คงเข้าใจแล้วว่ารักของเรามันลำบากยังไง
พอมารับรู้
หัวสมองผมก็ว่างเปล่า สิ่งที่เคยคิดไว้ ตั้งใจไว้ก็ลืมเลือน
ถ้าผมกับครอสไม่มาเจอกันอีกครั้ง เรื่องทั้งหมดก็คงไม่ต้องเกิดขึ้น
เป็นผมที่เจ็บแค่คนเดียว แต่เมื่อเจอกันอีกครั้งหลังจากที่ผมหนีหายไป
ผมก็ตกหลุมรักเค้าอีกครั้งและรักของเราก็ทำให้เบลล์เจ็บปวดจนเป็นปัญหา
และตอนนี้
ถึงเวลาที่ต้องหยุดจริงๆแล้วใช่ไหม
“อย่าไปนะ”ครอสพูดเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไร
“ครอสกำลังรับผลกรรมที่ก่อ ครอสรู้
แต่รอ...ช่วยรอได้ไหม”
คำพูดของครอสทำให้ผมนึกถึงเสียงที่ผมได้ยินยามหลับ
ถ้าผมไปเค้าจะเจ็บปวดมากใช่ไหม ถ้าผมไปครอสจะยืนหยัดอยู่ได้รึเปล่า
“ครอสเสนอ...ข้อเสนอกับเค้า
ว่าครอสจะรับตำแหน่งต่อจากเค้า ตำแหน่งที่ปฏิเสธมาตลอดเพื่อแลกกับการได้อยู่กับวิน”
“ครอสจะทำให้เบลล์หายป่วยให้ได้
จะทำให้กลับมาเป็นปกติและอยู่ต่อได้โดยไม่มีครอส”
“ครอสจะพิสูจน์กับครอบครัววินว่า
ครอสรักวินจริงๆ ดูแลวินได้เพื่อให้ครอบครัววินยอมรับ”
“เพราะฉะนั้น อย่าไปไหนนะ”
“อยู่เป็นกำลังใจให้ครอส”
“ให้ครอสสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้เพื่อวิน”
“ที่อยู่มาได้ ที่ทนมาได้เพราะครอสรู้ว่าวินก็รักครอสเหมือนกัน”
ผมยอมแล้ว...ยอมทุกอย่างแล้ว
ความคิดที่จะไปเมืองนอกถูกสลัดทิ้ง
ความคิดที่จะปล่อยครอสให้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและเลือกทางเดินใหม่ถูกฉีกทิ้ง
ความคิดทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมสะอื้นไห้
ในเมื่อครอสเลือกแล้ว ยอมไปในเส้นทางที่แสนลำบาก จะต่อสู้เพื่อเรา
ในเมื่อครอสจะพิสูจน์ว่ารักของเรานั้นของจริง
ผมก็ควรจะอยู่เคียงข้างเค้า
ใช้หัวใจเดินทาง...ใช่ไหมวิน นายคงมองฉันอยู่สินะ
“อื้อ วินก็จะอยู่กับครอส”
พอผมพูดจบ ครอสก็ดันผมเข้าซอกข้างใน
จับผมทาบเข้ากับผนัง ปลดชายเสื้อผมออก มือใหญ่สอดลึกเข้ามาข้างในเสื้อ
หยอกล้อกับตุ่มไต
มืออีกข้างก็ประสานรับกันอย่างดีปลดเข็มขัดและดึงกางเกงผมลงอย่างเชี่ยวชาญ
ผมกัดฟัน กลั้นเสียงเพราะไม่ต้องการให้ใครได้ยิน
แต่ก็แทบทนไม่ไหวเมื่อครอสเล้าโลม บริเวณใบหู มืออีกข้างก็จัดการส่วนอ่อนไหวของผมชักเข้าออกสร้างอารมณ์
“เลียให้หน่อย”ครอสกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูผม พร้อมส่งนิ้วเรียวของตัวเองมาให้
ผมจัดการทำตามคำขอ ไล้เลียจนนิ้วของครอสชุ่มไปด้วยน้ำลาย
จากนั้นครอสก็ใช้นิ้วที่แปดเปื้อนนั้นเปิดเส้นทาง
“เจ็บ”ผมพูด
ครอสจึงจับหน้าให้ผมหันมาจูบ นิ้วเรียวยาวก็พยายามดึงดันเข้ามา
จนผมบีบรัดนิ้วนั้นแน่น ครอสถอนจูบใช้อีกมือช่วยชักด้านหน้า
พยายามปรนเปรอทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้เพื่อให้ผมผ่อนคลายและเมื่อสำเร็จก็จัดการส่งนิ้วไปเพิ่ม
มือที่อยู่ด้านหน้า ถูกผละจากส่วนอ่อนไหว
ครอสพยายามถอดเข็มขัดและล่นกางเกงตัวเองด้วยมือข้างเดียว
จากนั้นก็หยิบซองสีเงินสี่เหลียมมาจากกระเป๋ากางเกง จัดการฉีกซองด้วยปาก
ผมซึ่งมองอยู่มันดูเร้าใจมาก ยิ่งตอนนี้เราทำกันข้างนอกความตื่นเต้นยิ่งมีมาก
ครอสเอานิ้วออกจากตัวผม จัดการใส่ถุงยางอย่างรวดเร็ว
ดันสะโพกผมขึ้นและจัดการสอดใส่รวดเดียวจบ ผมต้องยกมือสองข้างมาปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เผลอร้องออกไปด้วยความจุก
“อย่ารัดแน่นมากสิ”ครอสแซว ตอนนี้ผมเห็นรอยยิ้มของครอสแล้ว
ครอสจัดการสาวตัวเองเข้าออก เสียง พั่บพั่บ
ดังขึ้นอย่างหยาบโลน ก่อนจะถอนออกแล้วจับผมพลิกมาด้านหน้า
ช้อนตัวผมขึ้นและสอดใส่เข้ามาอีกครั้ง
ผมโอบคอครอสไว้อย่างกลัวตก
เราจูบกันอย่างร้อนแรงและแนบแน่น ส่วนช่วงล่างก็ยังแนบชิด
แก่นกายใหญ่ของครอสยังทำหน้าที่ประสานกันอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะรัวเร็ว
“อ่ะ อ๊า”ผมหลุดคราง
เมื่อครอสถอนจูบและกระแทกจุดเสียวของผมรัวแรงย้ำๆ
“ซี๊ดด อืม”ครอสก็ครางเช่นกัน
“จะออกแล้ว เดี๋ยวเลอะ”ผมเตือนครอส ครอสยิ้มอย่างนึกสนุกจับผมหมุนเข้าหาผนังอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้กลับไม่ถอนกายตัวเองออก ซึ่งมันทำให้ผมแทบลืมหายใจเพราะความกลัว
จากนั้นก็ปล่อยขาผมลง กระแทกย้ำๆ มือหนาก็จับส่วนอ่อนไหวผมไปด้านหน้าอย่างตั้งตรง
และเมื่อถึงที่สุด ผมก็ปลดปล่อยออกมา น้ำรักนั้นกระฉูดไปข้างหน้าพร้อมกับของครอสที่ปลดปล่อยออกมา
“อิ่ม”ครอสพูด
หลังจากเราจัดการตัวเองเสร็จ
ใบหน้าคล้ำปรากฏรอยยิ้มกว้างทำให้ดูดีกว่าเดินขึ้นเป็นโข
“ไม่เอาแล้วนะ แบบนี้”ผมบอกครอส รอบนี้เห็นว่าเพราะเสียใจอยู่หรอกนะ เลยยอม
“จ๊ะ เมีย”
“ครอส”ผมเรียกเสียงขุ่น
“ก็มันจริงนี่นา ครอสอยากเป็นคนดี
อยากพูดความจริง”ครอสยิ้มระรื่น จนผมหมั่นไส้
มาอยากเป็นคนดีอะไรตอนนี้
“ตอนนี้ มือถือครอสโดนยึด
มือถือใหม่โดนเช็คการโทรตลอดแถมเป็นมือถือรุ่นเก่าแบบใช้แอปไม่ได้อีกเงินก็โดนควบคุมด้วย
โดนกลับมาให้อยู่บ้านด้วย”ครอสพูดอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับว่าไม่ใช่เรื่องหนักหนา
แต่ไม่ยอมเอาโทรศัพท์ออกมาให้ดู
“โน๊ตบุคใช้ได้อยู่ไหมละ”ผมถาม
“ใช้ได้ แต่ไม่รู้สิ
เหมือนโดนใช้ตอนไม่อยู่”
“งั้นสมัครเมลล์ใหม่
แล้วคุยกันทางเมลล์แล้วกัน แต่ระวังมันบันทึกชื่อเมลล์กับพาสเวิร์ดไว้นะ วินก็จะสมัครเมลล์ใหม่อยู่เหมือนกัน
ครอสยืมโทรศัพท์เพื่อนส่งแมสเซสบอกเมลล์มาที่เบอร์วินแล้วกัน เอา G-mail นะ ไม่ก็ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรมาบอกวินก็ได้ วินรู้ครอสจำเบอร์วินได้”ผมบอกครอสซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าเข้าใจ
ผมไม่ใช่พวกเก่งเทคโนโลยี ไม่ใช่พวกตามเทรน คนอื่นอาจมีวิธีดีกว่านี้แต่ผมคิดได้เท่านี้จริงๆ
“ครอสต้องไปแล้ว”ครอสยกดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง
“แต่ไม่อยากไปเลย”ครอสอ้อน
“ไปเถอะ”ผมบอก
ผมก็มีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่เหมือนกัน
“สัญญากับครอสนะ ว่าจะอยู่กับครอส”ครอสก้มลงมามองผมอย่างใกล้ชิด ปลายจมูกของเราชนกัน
“สัญญา”ผมพูด
เราจูบกันอีกครั้ง เหมือนเป็นจูบสาบาน
จูบแห่งคำสัญญา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น