“ทะ ท่านพี่”เรนโชเอ่ยเสียงสั่นเมื่อโดนจับมัดหลังติดกับเสาไม้ด้วยเชือกซึ่งน่าจะเป็นม่วงมัดเพราะสามารถสั่งตามใจได้
ให้มัดตรงนั้น คลายปมตรงนี้ หย่อนตรงนู้นหน่อย ตรึงด้านใน
เชือกแสนรู้ก็สามารถทำได้ตามใจสั่ง
“แบบนี้แหละสวย”เรนโชเหงื่อตกกับสภาพของตัวเอง
ตัวถูกจับมัดให้ยกลอยสะโพกยื่นไปด้านหน้าเด่นหรา แขนถูกตรึงให้กางออก
ขาถูกจับถ่างออกด้วยเชือกจับยึดตรงข้อเท้า ด้านหน้าอกก็มีเชือกรัดแถมกดทับตรงยอดอกพอดี
และช่วงล่างก็ถูกรัดตรงช่วงขาอ่อน
“ก่อนอื่น
วาดภาพกันดีกว่านะ เก็บไว้เป็นที่ระลึก”มาเอลหยิบกระดาษ
พู่กันและอุปกรณ์วาดภาพออกมา นัยน์ตาล้วงลึกมองร่างเปลือยเปล่าที่ถูกมัดด้วยเชือก
หนึ่งมือจับกระดาษหนึ่งมือจับดินสอขยับไปมา
ถ้าเป็นเพียงเท่านั้น
เรนโชคงไม่ทรมานเท่ากับที่มาเอลใช้หัวดินสอปลายทู่ลากไปตามผิวเนื้ออ่อนของเรนโช
“ความยาวน่าจะประมาณนี้”
“ตรงนั้นมันไม่เอานะฮะ”เรนโชน้ำตาคลอพยายามขยุกขยิกหนี เมื่อตรงฝ่าเท้าถูกดินสอลากผ่านไปมา
มันจักกะจี้จนน้ำตาเล็ดแต่เพราะถูกมัดไว้จึงได้เกร็งกาย
มันเป็นการทรมานที่ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดทางกาย
“ท่านพี่ ท่านพี่”เรนโชเรียกร้องเมื่ออีกฝ่ายยังไม่หยุดการกระทำตั้งหน้าตั้งตาใช้ปลายดินสอลากไปทั่วเท้าขาวเนียน
เชื่อแล้วว่าใต้ฝ่าเท้าเป็นแหล่งรวมเส้นประสาท เรนโชช่างกายกระตุกสั่นเมื่อปลายดินสอกดลงลึก
ณ จุดหนึ่งที่ปลายเท้า
“อึก มันเจ็บ”น้ำตาไหลริน แต่มาเอลกลับแย้มยิ้มออกมา
“เด็กน้อย น้ำตาสวยดีนะ”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอใจในการกลั่นแกล้งเบื้องต้น
จึงกลับไปนั่งวาดรูปต่อ เรนโชแทบกระอักเพราะมาเอลหยิบดินสออีกแท่งออกมา ส่วนแท่งนั้นยังลอยไปมาราวกับมีชีวิตคอยไต่ลากเลื้อยไปตามผิวกาย
บ้างก็หยุดงานแล้วกลายเป็นมาเดินแตะไต่อยู่ตรงหน้าท้องมน
มาเอลตวัดมือไปมาอย่างเชี่ยวชาญไม่นานกระดาษสีขาวล้วนก็ปรากฏรูปภาพร่างเว้นดินสอ
ถ้าเพียงแค่ลงสีก็นับว่าเป็นรูปที่งดงาม เสียแต่ว่ารูปภาพนั้นค่อนไปทางจรรโลงความต้องการของใครบางคนเพราะด้วยท่าต้นแบบที่ดูลามกอาณาจาร
เรนโชทนรับการทรมาน
เพราะอย่างไรก็ตั้งเป้ารอผลลัพธ์ ปลดปล่อยน้ำตาให้ไหลรินมากกว่าเดิม
ในเมื่อมาเอลบอกว่าน้ำตาของเขาสวย เขาก็จะร้องออกมาให้งดงามอย่างที่มาเอลหวัง ไม่มีอาการสะอึกสะอื้นเพียงไหลรินเป็นหยาดค้างน้ำเพชร
“อึก อ๊ะ”เรนโชสะกดกลั้นเสียงร้องเมื่อรู้สึกเจ็บตรงบ้านท้าย
ปลายดินสอทะลึ่งพรวดเข้ามาอย่างไม่ได้เตรียมใจและไม่มีสิ่งใดช่วย
หมุนเกลียววนอยู่ในตัวเหมือนกำลังเป็นไฟฉายนำทางสำรวจช่องทางด้านใน
“เป็นช่องทางที่ดี”มาเอลเลียลิ้น ดึงดินสอออกมากปากทางอย่างพรวดพราด เรนโชร่างกระตุกทันควัน
“เด็กน้อย จะเชื้อเชิญไปถึงไหน”เรนโชไม่รู้ว่ามาเอลหมายถึงอะไร
เพียงแต่เห็นสายตาที่จับจ้องมองช่วงบั้นท้ายอย่างไม่ละจากไปไหน จากดินสอมาเอลก็เปลี่ยนมาเป็นพู่กันอย่างที่ตัวเองชอบถือ
ใช้ปลายขนที่เปียกน้ำตวัดตรงปากทางไปมาบ้างก็หลุบเข้าด้านในแล้วปัดผ่านออกมา
ผ่านประสบการณ์มาสองครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนที่จะทรมานเท่าทั้งนี้
ของฮันนั้นมันเรียกว่าน่ากลัว น่าหวาดหวั่น ส่วนของนายท่านนั้นร้อนแรงจนแทบจะละลาย
ส่วนของนายท่านราฟาแม้ไม่ถึงขั้นสุดท้ายแต่ก็น่าจะอ่อนโยนและอบอุ่น แม้ไม่อยากจะเปรียบเทียบแต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าอ้อมกอดของแต่ละคนนั้นช่างแตกต่าง
มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง
“อื้อ อ๊ะ ท่านพี่”เรนโชหลุบตามองมาเอลที่กำลังกลืนกินส่วนอ่อนไหวของตัวเองส่วนมือก็ยังถือพู่กันเพื่อใช้กลั่นแกล้งเบื้องล่าง
แต่บางครั้งเขี้ยวคมๆนั่นก็ลากยาวเหมือนจงใจให้สัมผัสโดนด้วย
เรนโชใจเต้นแรงเพราะทั้งรู้สึกดีและกลัว
“ท่านพี่อย่า...อย่ากัดลงไปนะฮะ”เรนโชร้องขอ มาเอลเงยหน้ามองคนที่ถูกพันธนาการใบหน้าหวานมีเหงื่อซึม
ผมเปียกลู่น้ำตาคลอบ้างก็หยดออกมาเป็นสายธาร ใบหน้าแดงกล่ำคล้ายเหมือนคนร้อน
แต่ที่มาเอลชอบที่สุดคือนัยน์ตาที่บ่งบอกอารมณ์ เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าแสดงออกมาแบบไหน
“ตรงไหนละ
ถ้าไม่บอกดีๆก็กัดแล้วนะ”มาเอลผละจากส่วนอ่อนไหวและหันมากัดตรงต้นขาอ่อนแทน
ฝังเขี้ยวคมลงไปประทับตราให้เป็นรอยแผลแสดงความเป็นเจ้าของ เรนโชรู้สึกเจ็บจนน้ำตาจะล่วงอีกครั้ง
“ตรง...ของผม”เรนโชกัดปากพูดแทบตายกว่าจะกลั้นคำน่าอายออกไปได้
บอกตัวเองให้แสดงความยั่วยวนออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เท่าที่ใจคิด
คนประสบการณ์น้อยก็คือคนประสบการณ์น้อยไม่สามารถโหมแรงต้านทานคนที่เชี่ยวชาญและดูคนออกได้ง่ายๆ
ในเมื่อยั่วยวนลำบากนัก
ก็แสดงท่าทางซื่อใสของตัวเองออกไปนี่แหละ
เหมือนที่อาร์ทเคยบอก
เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด
ไม่ฝืนตัวเองแต่ก็ไม่โง่
“ท่านพี่จูบหน่อย”เรนโชทำตาอ้อน มาเอลเหยียดยิ้มแล้วยืดตัวขึ้นไปจูบ
สัมผัสลิ้นอุ่นวาบหวานได้ไม่นานเรนโชก็กัดลงบนลิ้นของมาเอลจนได้เลือดก่อนจะรุกเร้าอีกฝ่ายกลับไปดูดกลืนรสเลือดของอีกฝ่าย
“เอาคืนที่กัดฮะ”เรนโชยิ้มหวานหยดแต่ใจเต้นแรง
นี่เป็นการเสี่ยงพนันของเรนโชว่ามาเอลจะใช่แบบที่ตัวเองคิดหรือเปล่า
มาเอลนิ่งอึ้งก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมา
แววตาเปลี่ยนไปเป็นวาวโรจน์ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างถูกใจ
“กล้าทำร้ายกันแบบนี้
คงต้องทรมานกันดีๆ”เรนโชยิ้มตอบรับทันที
“เอาสิฮะ”เผยตัวตนของตัวเองออกมา
แสดงออกมาสิว่าที่กอดคนอื่นอย่างอ่อนโยนนั้นคือการเสแสร้ง
ทั้งที่จริงแล้วชอบแบบทารุณ แม้รู้ว่าจะต้องได้รับการกอดแบบรุนแรงและทรมาน
แต่เรนโชก็ยังยิ้มเพราะนั่นหมายความว่าเรนโชได้ก้าวเข้าไปอยู่ในส่วนที่ไม่มีใครเข้าถึง
ม่วงเลื้อยถูกหยิบออกมา
เรนโชนัยน์ตาสั่นระริกเพราะเคยได้ยินคุณศัพท์ของมันมาแล้ว
มันเติบโตพัวพันรัดร้อยร่างแต่มันไม่เหมือนม่วงรัด
ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวทุกสัมผัสทุกปลุกเร้าอย่างหยาบโลน
ร่างทั้งร่างของเรนโชถูกเถาไม้โอบล้อม
ปลายของม่วงเลื้อยไม่ใช่ยอดใบอ่อน
มันเหมือนแก่นกายของมนุษย์ผู้ชายเต็มวัย
มันเลื้อยวนตรงยอดอกชมพูก่อนจะชูตัวขึ้นเหมือนงูกำลังแผ่หัวขู่ฉก
เรนโชสั่นสะท้านกาย ด้วยความรวดเร็วมันก็คล้ายฉกวูบบังคับให้เรนโชอ้าปากครอบครอง
รสสัมผัสไม่ต่างกับแก่นกายคน
แต่มีกลิ่นที่หอมเย้ายวนและรสชาติจากปลายยอดเหมือนน้ำจากเกสรดอกไม้
มัวเมาให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนสติหลุดลอยไป
“อื้อ อื้อ”เรนโชสะบัดคอ อยากจะพูดว่าเจ็บออกมา แต่ปลายของม่วงเลื้อยกลับไม่ยอมให้ทำ แผ่กระจายดุนดันสอดลึกเข้ามาในโพรงปากจนอึดอัด
ถ้าไม่เพราะแรงกัดหนักที่ขาอ่อนที่ช่วยดึงสติกลับมา
เรนโชก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเป็นแบบไหน มาเอลทั้งฟ้อนเฟ้นและหยอกกัดสะโพกนุ่ม เรนโชหลุดครางออกมาทั้งที่มันก็เจ็บแต่กลับรู้สึกดี
เชือกที่รัดร่างยิ่งแน่นตึงบาดเนื้อผิวจนกดลึก
มาเอลกลับไปจัดการช่วงบั้นท้ายเหมือนเดิมแต่ตอนนี้เริ่มด้วยกันกัดร่างนุ่มแบบไม่ยั้ง
กัดลึกจนได้เลือด
“อื้อ อื้อ”เรนโชสะบัดคอ อยากจะพูดว่าเจ็บออกมา แต่ปลายของม่วงเลื้อยกลับไม่ยอมให้ทำ แผ่กระจายดุนดันสอดลึกเข้ามาในโพรงปากจนอึดอัด
“เด็กน้อย เธอร้องขอเองนะ”มาเอลพูดออกมาเมื่อเห็นร่างงามทรมาน
ยิ่งบิดเร้าก็ยิ่งอยากจะสั่งสอนความเจ็บปวด
มาเอลสะบัดมือร่างของเรนโชก็ยกสะโพกขึ้นมากกว่าเดิมโดยการบังคับของเหล่าเชือกที่ร้อยรักพันธนาการอยู่
มาเอลเอาผ้าผืนยาวมาผูกตาของเรนโชไว้ก่อนจากนั้น
ก่อนที่จะให้ม่วงเลื้อยถอนออกมาจากปากเล็ก ใบหน้างามดูรู้สึกโล่งใจแม้จะมองไม่เห็นทำให้มาเอลยิ่งยิ้มเยาะ
สอดแก่นกายใหญ่เข้าช่องทางเล็กอย่างรวดเดียวจบ
แม้จะได้รับการปรนเปรอมาบ้างแล้ว
แต่ความเจ็บก็ยังส่งผลให้เรนโชร้องออกมา
แก่นกายของมาเอลเหมือนอาบยาพิษร้อนแรงมันทำให้ภายในตัวเรนโชแทบจะหลอมละลายราวกับมีกองไฟสุมอยู่ในกาย
ด้วยความที่ผูกผ้าปิดตา
ราวกับร่างกายต้องการชดเชยประสาทสัมผัสที่หายไป
สัมผัสทางกายจึงยิ่งเด่นชัดราวกับรับรู้ทุกองศา
เสียงเนื้อสัมผัสดังหยาบโลนสอดรับลอดเข้าหูเหมือนความตั้งใจให้ได้ยิน
“ปล่อยเชือกตรงแขนได้ไหมฮะ”เรนโชไม่อยากเป็นผู้ตามเกมแต่เพียงฝ่ายเดียว ยิ้มหวานอย่างยั่วเย้า
“เพื่ออะไร”มาเอลถาม
“ผมอยากจะกอดท่านพี่
ให้ผมได้สัมผัสท่านพี่บ้าง”
“รุนแรงแค่ไหนผมก็...ยอม...นะฮะ”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น